3 Min

เพราะเศร้าจึงต้องขอลาไปพัก รู้จัก ‘วันลาความเศร้า’ (Bereavement Leave) สิทธิในการฟื้นฟูจิตใจเมื่อคนที่เรารักจากไป

3 Min
36 Views
31 Oct 2025

การสูญเสียคนที่เรารักถือเป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับลำบากสำหรับมนุษย์ทุกคน และเมื่อความเศร้าเกาะกุมใจมากไป ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและหน้าที่การงานจนเกิดความวุ่นวายตามมานักต่อนัก โดยเฉพาะกับคนที่ยังฝืน แสร้งว่ายังไหว

แต่ถ้าไม่ไหว ก็สมควรแก่การไปพัก จัดการตัวเอง สะสางธุระปะปังให้ครบถ้วนเสียก่อน และอาจไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาตามมาทีหลัง เพราะในโลกปัจจุบัน แนวคิดเรื่อง ‘วันลาความเศร้า’ หรือ ‘การลาเพื่อไว้อาลัย’ (Bereavement Leave) เพื่อให้คนทำงานมี ‘พื้นที่ของเวลา’ กำลังเป็นสิทธิที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กรหลายๆ แห่ง

แนวคิดการให้เวลาสำหรับการ ‘ไว้ทุกข์’ มีรากจากธรรมเนียมพิธีกรรม และการยอมรับทางสังคมจากหลากหลายประเทศทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น มีธรรมเนียมการกำหนดระยะเวลาไว้ทุกข์ตามความสัมพันธ์กับผู้ล่วงลับ ยุโรปยุคกลาง โดยเฉพาะในคริสต์ศาสนา มีการงดทำงานชั่วคราวเพื่อเข้าร่วมพิธีฝังศพและสวดอธิษฐาน ขณะที่อินเดียและเอเชียใต้ มีพิธีกรรมหลังการเสียชีวิตที่อาจใช้เวลาหลายวัน เพื่อแสดงความเคารพและทำใจยอมรับการจากไป

แต่ที่ว่ามาเป็นเพียงธรรมเนียมไม่ถูกกำหนดในรูปแบบ ‘วันลา’ แต่ถือเป็นการยอมรับโดยสังคมว่า ‘การเศร้าโศกคือส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์’

จนสังคมก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมและการทำงานประจำในศตวรรษที่ 19-20 การหยุดงานเพื่อไว้ทุกข์เริ่มถูกพูดถึงในเชิง ‘สิทธิแรงงาน’ เช่น สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร เริ่มอนุญาตให้ลูกจ้างลาเมื่อคนในครอบครัวเสียชีวิต มาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1940-1950

นโยบายวันลาความเศร้าในสถานที่ทำงานเริ่มก่อตัวชัดเจนตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 เมื่อสวัสดิการพนักงานและสิทธิแรงงานได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ และการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์ชี้ว่าการนิยาม ‘สิทธิ์ที่จะไว้ทุกข์’ ถูกพัฒนาเข้าสู่ระเบียบองค์กรอย่างเป็นลำดับ

และปฏิเสธไม่ได้จากหลักฐานงานวิจัยที่พบว่า “ความโศกเศร้าสัมพันธ์กับพฤติกรรมการทำงานที่ลดลงและการมีส่วนร่วมที่ต่ำลงหากไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเพียงพอ” 

ปัจจุบัน แม้วันลาความเศร้ายังถือเป็นเรื่องเฉพาะพื้นที่หรือหน่วยงาน แต่ก็ปรากฏในลักษณะบทบัญญัติทางกฎหมายเกิดขึ้นในหลายๆ เมือง เช่น แคลิฟอร์เนียมีกฎหมายกำหนดสิทธิลาเพื่อจัดการความเศร้าได้ แต่จะไม่ได้รับค่าจ้าง เว้นแต่เอาวันลาป่วยสะสมหรือวันลาพักร้อนมาใช้แทน หรือที่โอเรกอน มีพระราชบัญญัติลาเพื่อครอบครัว กำหนดให้ผู้จ้างงานอนุญาตให้ลูกจ้างลางานได้สูงสุด 2 สัปดาห์เมื่อสูญเสียสมาชิกในครอบครัว หรือในสหราชอาณาจักร มีรายละเอียดแตกต่างออกไป จะอนุญาตให้ลาเมื่อสูญเสียคนในครอบครัว ลูกจ้างสามารถลาเพื่อดูแลลูกๆ ได้ตามเวลาที่กำหนด รวมถึงยังได้รับค่าตอบแทนอยู่ 

ข้ามมาฝั่งภาคเอกชน บริษัทเทคโนโลยีและองค์กรระดับบิ๊กๆ หลายแห่งได้ปรับนโยบายให้กว้างขึ้นและจ่ายวันลาเต็ม เช่น องค์กรอย่าง Google, Microsoft และ Facebook/Meta มีนโยบาย Bereavement Leave ที่ยืดหยุ่นและยาวกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม (บางแห่งให้เป็นสัปดาห์หรือเป็นสิบวันสำหรับการสูญเสียบุคคลใกล้ชิด) ซึ่งสะท้อนแนวคิด การดูแลพนักงานเรื่องการไว้ทุกข์เป็นการลงทุนด้านวัฒนธรรมองค์กร 

อย่างไรก็ตาม การอนุญาตให้พนักงานมีวันลาความเศร้าก็อาจส่งผลกระทบต่องานเช่นกัน โดยเฉพาะกับบริษัทที่ไม่ได้มีต้นทุนด้านทรัพยากรบุคคลมากมายนัก และหากขาดระบบการวางแผนงานทดแทนที่ัรัดกุม อาจเกิดปัญหาในการส่งมอบงานได้

สรุปสั้นๆ วันลาความเศร้าไม่ใช่สิทธิอันฟุ่มเฟือย แต่เป็นมาตรการมนุษยธรรมที่ช่วยให้พนักงานผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก หากบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ สามารถออกแบบระบบการลาเพื่อจัดการความเศร้าได้อย่างมีแบบแผน ที่ยอมรับได้ทั้งผู้ลาและต่อองค์กรเอง ก็จะช่วยรักษาบุคลากรที่มีคุณค่า ไปพร้อมกับการดำเนินงานได้ต่ออย่างมีประสิทธิผล 

อ้างอิง: