2 Min

ช่วยด้วย พ่อแม่ฉัน ‘หลงตัวเอง’ ว่าด้วยการเลี้ยงลูกของ Narcissist ที่มักจะทำให้ลูกไม่รู้จักโต หรือมีปัญหาด้านพัฒนาการ

2 Min
20 Views
17 Mar 2026

แน่นอน ภาวะ ‘หลงตัวเอง’ (Narcissism) เกิดในมนุษย์จำนวนมากในอัตราที่ต่างกัน และมันก็ส่งผลต่อคนรอบข้างในแบบต่างกัน การเป็นแบบอ่อนๆ อาจเบรกกันได้ โดยที่คนรอบๆ ตัว ‘ส่งสัญญาณ’ ให้รู้สึก และพอบางคนรู้สึกมันก็ทำให้อาการเบาลงได้ หรือพูดอีกแบบ มันต้องคนที่ ‘หลงตัวเอง’ หนักจริงๆ ถึงจะเป็นปัญหา

อย่างไรก็ดี ปัญหาที่คนมักจะไม่ค่อยเห็นของภาวะ ‘หลงตัวเอง’ ก็คือ ปัญหาที่จะเกิดตอน ‘เลี้ยงลูก’ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า ใครมีภาวะหลงตัวเอง ไปเลี้ยงลูก ภาวะมันจะขยายตัวมาก เพราะลูกไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมีอำนาจที่เบรกพ่อแม่ที่หลงตัวเอง

แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าพ่อแม่ที่หลงตัวเองเลี้ยงลูก? คำตอบเร็วๆ คือลูกจะ ‘ไม่รู้จักโต’ หรือเกิดภาวะที่เรียกว่า ‘Infantization’ ขึ้น

ตรงนี้ เราต้องแยกก่อนว่า ภาวะไม่รู้จักโตคืออะไร? อธิบายง่ายๆ คือมนุษย์จะ ‘รู้จักโต’ ต่อเมื่อมีพัฒนาการด้านทักษะและความรับผิดชอบแบบสมวัย เช่น ถ้าเป็นเด็กทารก คงไม่มีใครคาดหวังให้กินอาหารหรือขับถ่ายเองได้ แต่ถ้าเป็นเด็กประถม นี่เป็นทักษะพื้นฐานที่สังคมจะเริ่มคาดหวังให้มีแล้ว ก็เช่นกัน การเป็นเด็กมัธยม ก็ยังไม่มีใครคาดหวังให้ต้องมี ‘ความรับผิดชอบทางการเงิน’ ในแง่ที่ต้องหาเงินมาให้พอใช้ แต่ถ้าข้ามมาในวัยผู้ใหญ่ อายุ 20 ขึ้น เรียนจบมหาวิทยาลัย ‘ความรับผิดชอบทางการเงิน’ ก็เป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังให้มี เป็นต้น

พ่อแม่ (หรือมนุษย์คนใด) ที่หลงตัวเอง เวลาเลี้ยงลูก มักจะมีภาวะที่ชอบจัดแจงสิ่งต่างๆ และรู้สึกว่าตัวเองทำได้ดีกว่าลูก จนอดไม่ได้ที่จะเข้าไปทำสิ่งต่างๆ แทนลูกเสมอ

ต้องย้ำว่า มันมีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างการไม่สนใจลูกเลย การช่วยเหลือลูกแต่พอดี ไปจนถึงการช่วยเหลือลูกมากเกินไป และของพวกนี้มันก็ขึ้นอยู่กับสังคมและวัฒนธรรมด้วย เพราะแต่ละสังคมก็มี ‘ความคาดหวัง’ ต่อเด็กต่างกันไปในแต่ละช่วงอายุ อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะมาตรฐานสังคมไหน มันก็มีความคาดหวังว่าเด็กในวัยหนึ่งจะมีทักษะชุดหนึ่งได้ และการที่เด็กไม่มีทักษะ มันอาจไม่ได้เกิดจากพ่อแม่ที่ไม่ใส่ใจเสมอไป เพราะพ่อแม่ที่หลงตัวเอง จนทำอะไรแทนลูกไปหมด ก็สร้างเด็กที่ไม่มีทักษะในการรับผิดชอบสิ่งต่างๆ มาได้เช่นกัน

ปัญหาคือ ตรงนี้แล้วจะยังไงต่อ?

ถ้าว่ากันตรงๆ จากมุมพ่อแม่ที่รู้ว่าตัวเองมีแนวโน้มภาวะหลงตัวเอง ก็อาจต้องเตือนตัวเองบ่อยๆ ว่าตนมีแนวโน้มจะไปทำอะไรแทนลูก ‘มากเกินไป’ และก็ต้องเพลาๆ บ้าง ให้ลูกลองผิดถูกเองบ้าง โดยกรณีที่เป็นสูตรสำเร็จของหายนะก็คือพ่อแม่ที่หลงตัวเอง มีลูกที่มีธรรมชาติที่ไม่อยากโตเป็นผู้ใหญ่ คือลูกก็จะไม่ยอมทำอะไรเอง ส่วนพ่อแม่ก็จะทำให้ไปเรื่อยๆ ไม่มีใครห้ามใคร และสุดท้ายลูกก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักโตและไม่มีวุฒิภาวะโดยสมบูรณ์

อีกด้านมันก็มีกรณีที่พ่อแม่หลงตัวเองจัดๆ พยายามทำอะไรให้ลูกในวัยที่ลูกควรจะคิดและทำเองได้ แต่ลูกก็รู้สึกว่า ‘อยากโต’ แล้ว อยากตัดสินใจเองแล้ว ซึ่งตรงนี้ ถ้าลูกสามารถ ‘ออกห่างพ่อแม่’ ได้ ก็จะรอดจากการถูกทำให้ ‘ไม่รู้จักโต’ ได้ ซึ่งบางทีความแตกร้าวในครอบครัวก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าพ่อแม่ (หรือคนใดคนหนึ่ง) หลงตัวเองไปสุดและไม่ยอมรับจริงๆ 

นั่นอาจเป็น ‘ราคาที่ต้องจ่าย’ ถ้าคนคนหนึ่งจะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ได้ มิเช่นนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็จะเป็นแบบผู้ใหญ่หลายคนที่แก่จนจะพ้นวัยเจริญพันธุ์แล้ว แต่จะไปไหนจะทำอะไรก็ต้อง ‘ขอพ่อแม่’ ก่อนเสมอ ซึ่งอะไรแบบนี้  ไม่ว่าใครก็ใครก็คงจะเห็นว่ามัน ‘ผิดปกติ’ เพราะในมาตรฐานปัจจุบัน คนมันก็ควรจะตัดสินใจอะไรได้เองแบบไม่ต้องถามหรือขอความยินยอมจากพ่อแม่เมื่อเข้า ‘วัยทำงาน’ แล้ว

อ้างอิง: