2 Min

‘พื้นที่พักใจในโลง’ เทรนด์ทำสมาธิแบบใหม่จากญี่ปุ่น ที่บอกว่าความตายนั้นสดใสและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

2 Min
16 Views
11 Mar 2026

บริการแปลกๆ จากร้านรับจัดงานศพแห่งหนึ่งในจังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น (Chiba, Japan) เริ่มเป็นกระแสฮือฮาและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยแห่งใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการความสงบ ท่ามกลางโลกที่วุ่นวายและการเผชิญกับสภาวะจิตใจที่เหนื่อยล้า เพื่อให้พวกเขาได้ไตร่ตรองถึงความตายของตัวเอง หรือการพักผ่อนเพื่อเติมพลัง

ท่ามกลางช่วงที่อัตราการฆ่าตัวตายในกลุ่มเยาวชนญี่ปุ่นพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ผู้คนต้องคิดค้นวิธีการใหม่ๆ ในการรณรงค์ด้านสุขภาพจิต หนึ่งในนั้นคือ ‘การนอนในโลงศพ’

เรื่องนี้มาจากแนวคิดคุโย (kuyō) แปลว่า ‘พิธีรำลึก’ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ที่อธิบายได้ถึงประเพณีของชาติในการยอมรับความเปราะบางของชีวิตและความงดงามของการจากไป 

แต่ถ้าคิดว่ากล่องไม้ธรรมดาไม่อาจช่วยให้รู้สึกสงบ ลองดู ‘โลงศพน่ารักๆ’ แห่งใหม่ในโตเกียว ‘Meiso Kukan Kanoke-in’ โดยโลงศพที่ตกแต่งอย่างสวยงามและมีสีสันเหล่านี้ ออกแบบโดยบริษัทชื่อ ‘Grave Tokyo’ มีจุดประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประสบการณ์การทำสมาธิที่เราสามารถมองชีวิตผ่านการตระหนักรู้ถึงความตาย

โดยลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบการใช้บริการ 30 นาที ในราคา 13 ดอลลาร์ (416.75 บาท) แน่นอนว่าสามารถเลือกได้ระหว่างโลงศพแบบปิดหรือแบบเปิด รวมไปถึงสามารถเลือกใช้เพลง วิดีโอที่ฉายบนเพดาน ในระหว่างการเยียวยา หรือเลือกแบบสงบเงียบได้อีกด้วย

มิคาโกะ ฟูเซะ (Mikako Fuse) นักออกแบบและผู้ผลิตโลงศพสั่งทำพิเศษจาก Grave Tokyo กล่าวว่า แนวทางการออกแบบเครื่องใช้ในงานศพที่เต็มไปด้วยจินตนาการนี้ ช่วยให้ผู้คนมองเห็นว่า ‘ความตายนั้นสดใสและไม่น่ากลัวอย่างที่คิด’ และก็ยังตั้งใจที่จะเป็นเครื่องเตือนใจว่าทำไมชีวิตจึงคุ้มค่าที่จะอยู่ต่อไป

ในปี 2024 ฟูเซะได้จัดเวิร์กช็อปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในโตเกียว โดยเชิญชวนนักศึกษาเข้าร่วมประสบการณ์ในโลงศพ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนความคิดของพวกเขาเกี่ยวกับความตายและกระตุ้นให้เกิด ‘ความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่’

นักเรียนบางคนได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ไมนิจิ (The Mainichi) ของญี่ปุ่นว่า การจำลองนี้เป็นโอกาสให้ผู้คนได้ไตร่ตรองตัวเองและคลายความกังวลได้ และยังทำให้ความกลัวตายหายไป รู้สึกอยากมีชีวิตอยู่มากขึ้น แต่สิ่งที่ผู้สนับสนุนออกมาโต้แย้งก็คือ การซ้อมตายที่สมจริงนั้น อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพจิตและความคิดฆ่าตัวตายได้ 

สุดท้ายแล้ว การหยุดพักในพื้นนี้จึงไม่ใช่แค่การหาความสงบ แต่คือการให้โอกาสตัวเองได้ ‘เริ่มต้นใหม่’ ในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเปลี่ยนความกังวลให้เป็นพลังใจที่เข้มแข็ง ช่วยให้เรากลับออกมาเผชิญโลกกว้างและมองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตในทุกวันอย่างแท้จริง

อ้างอิง: