ชาวภูฏานวางแผนจับหมีที่มาขโมยเหล้า ด้วยการวางเหล้ามอมหมี แต่แผนล่ม หมีไม่เมา แถมดื่มแล้วหมีก็จากไป

2 Min
557 Views
26 Jan 2023

รู้จักหมีโยกีแบร์’ (Yogi Bear) กันไหมครับเจ้าหมีใส่หมวกตัวป่วนจอมตะกละแห่งป่าเจลลีสโตน ผู้มีนิสัยชอบขโมยตะกร้าอาหารของนักท่องเที่ยว สร้างภาระให้เรนเจอร์สมิธ (เจ้าหน้าที่อุทยานฯ) ต้องคอยตามจับอยู่เสมอๆ

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกการ์ตูนอาจดูสนุกสนาน ชวนขบขัน แต่เคยนึกตามกันไหม หากมีเหตุการณ์หมีขโมยอาหารแบบนี้จริงๆ จะเป็นอย่างไร ? และเราควรทำอย่างไรกับหมีอย่างนี้กัน?

เพราะในโลกความเป็นจริงตอนนี้เริ่มมีหมีเอาอย่างโยกีแบร์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ในตอนนี้เราจะเล่าถึงกรณีหนึ่งที่ไม่ควรเอาอย่างและเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ประเทศภูฏาน

หมีดำหิมาลัยตัวหนึ่งได้แอบเข้าไปดื่มเหล้ารัมของร้านอาหารในช่วงกลางดึกของคืนวันหนึ่ง นอกจากซดเหล้าไปเต็มคราบ มันยังไปคุ้ยหาเศษอาหารและเกลือกินอีก ซึ่งเสียงคุ้ยเขี่ย (จะด้วยความเมาหรืออะไรก็ตาม) ได้ปลุกหญิงคนหนึ่งให้ตื่นขึ้นมาเจอมันเข้า

ความที่หมีสนใจแต่เรื่องกินมันจึงไม่สนใจเธอมีเวลาให้เธอโทรเรียกเจ้าหน้าที่สัตว์ป่ามาจับแต่กว่าเจ้าหน้าที่จะมาถึงที่เกิดเหตุเจ้าหมีก็ไหวตัวทันหนีเข้าป่าไปได้เรียบร้อย

และเรื่องราวมันควรจะจบลงตรงนี้

แต่ไม่รู้นึกอย่างไร หญิงสาวกับเพื่อนบ้านดันวางแผนที่ไม่เป็นโล้เป็นพายสักเท่าไหร่ ด้วยการวางเหล้ารัมไว้ล่อหมี หวังว่าในคืนถัดไปถ้าหมีกลับมา มันจะดื่มเหล้าจนเมาหัวราน้ำ เคลื่อนย้ายตัวเองไม่ไหว ประวิงเวลาให้เจ้าหน้าที่มาจับมันได้ทัน

และเรื่องก็เป็นไปตามคาด วันต่อมาหมีเดินทางมาตามคำเชิญ มันดื่มเหล้าที่เตรียมไว้ แต่น่าเสียดาย หมีตัวนี้คงคอทองแดง ไม่รู้หรอกว่ามันเมาไหม แต่ดื่มแล้วมันก็หนีไป 

ถึงตอนนี้ไม่ทราบชะตากรรมว่าหมีตัวนี้ถูกจับไปหรือยังหรือมันดอดไปกินเหล้าที่ไหนอีกแล้วหญิงสาวรายนี้ยังหวังซ้อนแผนมอมหมีอีกไหม

แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

มิต้องพูดถึงหรอกว่าหมีเมาแล้วจะอาละวาดรุนแรงหรือเป็นหมีเซื่องซึมอย่างไร แต่การนำอาหารหรือเหล้ามาวางโดยเจตนาเพื่อล่อสัตว์แบบนี้ถือได้ว่าเป็นข้อห้ามอย่างหนึ่งของชุมชนที่อยู่ใกล้กับป่า

สำหรับหมีดำหิมาลัยในประเทศภูฏาน เจ้าพวกนี้จะคุ้นเคยกับรสชาติอาหารฝีมือคน จากขยะหรือเศษอาหารที่ถูกทิ้งไว้ตามอุทยานแห่งชาติและแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติต่างๆ เมื่อได้กินบ่อยเข้าก็ติดใจ ต้องออกนอกป่ามาตามหารสชาตินั้น พร้อมๆ กับการเมินอาหารดั้งเดิมไปเลย

ในพื้นที่แถบเอเชียที่มีหมีดำอาศัย มักมีรายงานข่าวหลายครั้งถึงเหตุการณ์หมีบุกไปหาอาหารตามบ้านเรือนผู้คน หรือแม้กระทั่งเดินเข้าไปปล้นอาหารสำเร็จรูปในร้านสะดวกซื้อ แบบไม่แยแสเจ้าของหรือใครที่กำลังชอปปิงอยู่เลย (ในอเมริกาก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันนี้บ่อย)

ซึ่งจากพฤติกรรมการกินอาหารคน และความพยายามแสวงหาอาหารของหมี ก็ทำให้หมีดำหิมาลัย ขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ที่ไม่กลัวคนอีกแล้ว พวกมันพร้อมเปิดหน้าชนกับมนุษย์ที่ริขวางทางมัน (กับอาหาร)

ที่หนักไปกว่านั้น พวกหมีเด็กก็จะเรียนรู้พฤติกรรมผิดธรรมชาตินี้จากตัวแม่ ซึ่งทำให้นักอนุรักษ์เป็นกังวลถึงอนาคตที่หมีจะไม่ทำตัวเป็นหมีอีกต่อไป เราอาจพบปะกับหมีอย่างโยกีแบร์ได้บ่อยขึ้น จนกลายเป็นความบาดหมางระหว่างสายพันธุ์ เกิดเหตุกระทบกระทั่งและนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งสองฝั่ง

ข้อมูลจากหน่วยงานสิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่าของสหรัฐฯ ชี้ว่า หมีที่ไม่กลัวคนจะมีอายุขัยที่สั้นกว่าหมีที่กลัวคน และเช่นเดียวกัน หมีที่กินอาหารเลียนแบบมนุษย์จะมีสุขภาพแย่กว่าหมีที่กินอาหารตามธรรมชาติ

ไม่นับรวมว่าหมีบางตัวยังกินอย่างตะกละตะกลามฟาดเรียบทั้งขนมและพลาสติกห่อก็คงทำนายอนาคตได้ไม่ยากว่าหมีประเภทนี้คงรอดได้ไม่นานแน่ๆ

เจ้าหน้าที่สัตว์ป่าของภูฏานระบุว่าเรื่องพื้นฐานที่คนควรทำนอกจากเก็บอาหารไว้ให้มิดชิดแล้วยังควรกำจัดขยะอาหารให้เรียบร้อยอย่าให้มันส่งกลิ่นออกมามิเช่นนั้นคุณจะเจอหมีได้บ่อยๆ

อ้างอิง