“อืม…ก็แบบว่า…เอ่อ…” เคยไหม พูดไปแล้วครึ่งประโยค ยังไม่รู้เลยว่าจะจบประโยคอย่างไร หรือเราเป็นคนพูดไม่เก่งกันนะ?
คุณเคยเผลอพูดคำว่า ‘อืม’ หรือ ‘เอ่อ’ คั่นระหว่างประโยคอยู่บ่อยครั้งหรือไม่?
คำเหล่านั้นเรียกว่า ‘คำฟุ่มเฟือย’ เราอาจใช้บ่อยมากจนไม่ทันสังเกตว่าพูดไปกี่ครั้งแล้ว ซึ่งเรามักไม่ได้ตั้งใจแต่เลือกใช้เพื่อเติมเต็มช่องว่างเมื่อเราไม่รู้จะพูดว่าอะไร แต่ถึงอย่างนั้นการพยายามห้ามตัวเองไม่ให้พูดคำที่ไม่จำเป็นอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้การสื่อสารแย่ลงได้
แล้ว ‘คำฟุ่มเฟือย’ มาจากไหน?
ดร.ไอแดน แบล็งก์ (Dr. Idan Blank) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาและภาษาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (University of California, Los Angeles) สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า คำฟุ่มเฟือยไม่ใช่แค่คำหลุดปาก แต่เป็นส่วนหนึ่งของ ‘พจนานุกรมในสมอง’ แม้แต่คำว่า ‘อืม’ หรือ ‘เอ่อ’ ก็ยังนับเป็นคำหนึ่งคำ ไม่ใช่แค่เสียงรบกวน
นั่นหมายความว่า สมองจะดึงคำที่เราคุ้นเคยและใช้บ่อยที่สุดออกมาก่อน เพราะมันง่ายและเร็วกว่า คำที่แต่ละคนใช้จึงไม่เหมือนกัน และสะท้อนถึงนิสัยทางภาษาของแต่ละคนได้อย่างชัดเจน
และยังอธิบายเสริมอีกว่า การใช้ภาษานั้นแตกต่างกันไปตามผู้พูดแต่ละคน และวิธีการพูดบางแบบก็ถูกใช้บ่อยๆ จนผู้คนยอมรับกันไปเอง บางครั้งเรามักเลียนแบบวิธีการพูดของผู้อื่น และแน่นอนว่าภาษาส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความเคยชิน
ทำไมเราจึงใช้ ‘คำฟุ่มเฟือย’?
ภาษามีเป้าหมายหลักคือ การถ่ายทอดข้อมูล และการทำให้ข้อมูลนั้นเข้าใจได้ วิธีที่ง่ายที่สุดคือการพูดคุยกัน และ ‘คำฟุ่มเฟือย’ ก็เป็นเครื่องมือที่ดีในการรักษาความต่อเนื่องของการสนทนา
ดร.แองเจลา คอร์โบ (Dr. Angela Corbo) ศาสตราจารย์และหัวหน้าภาควิชาการศึกษาด้านการสื่อสาร มหาวิทยาลัยไวเดเนอร์ ในเมืองเชสเตอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย (Widener University in Chester, Pennsylvania) สหรัฐอเมริกา กล่าวไว้ว่า “ลองนึกถึงเวลาที่คุณสื่อสารกับคนอื่น คุณต้องเว้นช่วงอย่างเป็นธรรมชาติ และบางครั้งการใช้คำฟุ่มเฟือยก็ช่วยให้คุณทำเช่นนั้นได้”
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรใช้ ‘คำฟุ่มเฟือย’ เมื่อใด?
มันขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร และคุณต้องการสื่อสารอะไรบ้าง เมื่อคุณมีหัวข้อที่ต้องการจะสนทนาชัดเจน คุณจะมั่นใจมากขึ้นและนั่นจะช่วยลดคำพูดที่ไม่จำเป็นลงได้ แต่บางครั้งเราก็ใช้ ‘คำฟุ่มเฟือย’ เพียงเพราะเราไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายพูดอะไร
คุณไม่ได้พูดไม่เก่งเพียงเพราะติดใช้คำฟุ่มเฟือย เพราะมันอาจเกิดขึ้นบ่อยจนเราแทบไม่ได้สังเกตเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่อไหร่ที่คำฟุ่มเฟือยเริ่มกลบเนื้อหาที่เราจะพูด เมื่อนั้นมันถึงจะเริ่มเป็นปัญหา
ดังนั้น เมื่อคุณต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องแสดงความเป็นมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอต่อทีมงานหรือลูกค้า การให้สัมภาษณ์ มักจะเป็นการดีกว่าที่จะหลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่ไม่จำเป็น เพราะผู้ฟังอาจตีความได้ว่าคุณไม่ได้เตรียมตัวมา
แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่สามารถใช้คำฟุ่มเฟือยได้เลย หัวใจสำคัญของการพูดคือการหาจุดสมดุลที่จะนำไปสู่จุดหมาย และเปิดโอกาสให้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้พูดและผู้ฟังได้
อ้างอิง:
- Should you stop saying ‘um’? Here’s what experts said https://edition.cnn.com/2025/12/22/health/filler-words-speech-wellness
- Don’t worry about saying “um.” Effective public speaking includes filler words https://medium.com/better-humans/dont-worry-about-saying-um-effective-public-speaking-includes-filler-words-e56304416a90