3 Min

ด้วยรักและหักหลัง เหตุผลอะไรที่ทำให้ใครบางคนเลือกหันหลังจากคนใกล้ชิด

3 Min
18 Views
15 Dec 2025

คุณเคยหักหลังใครบ้างหรือเปล่า หรือเคยเผลอทำบางคนในชีวิตหล่นหายไปบ้างไหม?

เพราะการถูกทรยศหักหลัง ถือเป็นเหตุแห่งจุดจบความสัมพันธ์ที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับใครหลายคนก็ว่าได้ แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้ใครบางคนยอมหักหลัง ผิดคำพูด และทอดทิ้งคนใกล้ตัวกันนะ

บางคนอาจตอบในใจว่าเพราะความเห็นแก่ตัว เลยอยากชวนทุกคนมาดู คือแรงจูงใจที่ทำให้ใครคนนั้นยอมที่จะถอยห่างจากความใกล้ชิดในความสัมพันธ์ ซึ่งหากรู้แล้วอาจทำให้เข้าใจความเป็นไปเป็นมามากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้การตีตัวออกหากจากความสัมพันธ์จากเรื่องที่สามารถเคลียร์กันได้ 

โดย เชา เจิ้งหวง (Chao-Zheng Huang) อาจารย์คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยกานซู และเพื่อนร่วมงานของเขา ให้คำอธิบายไว้ว่า การทรยศเป็นรูปแบบหนึ่งของการหลอกลวง หรือ ในทางจิตวิทยาเรียกว่า ‘อคติการเข้าข้างตัวเอง’ (Self-serving Bias)

อคติการเข้าข้างตัวเอง คือ อคติทางความคิดประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของตัวเอง แล้วโยนความผิดให้สิ่งอื่นภายนอก พูดง่ายๆ ว่าเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบส่วนบุคคล

นอกจากนี้ยังเป็นกลไกป้องกันตัวเองเพื่อประคองความมั่นใจเอาไว้ จึงทำให้คนคนนั้นมีแนวโน้มจะโกหกเมื่อตัวเองได้รับผลประโยชน์มากกว่าผลเสีย รวมถึงบางคนที่มีความโกรธเบื้องลึกในใจเข้ามาบดบังสายตา ทำให้การคิดด้วยตรรกะลดลงชั่วคราว

“การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ภายนอกและความกดดันทางจิตใจ เป็นสภาวะที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอารมณ์โกรธ ความวิตกกังวล และความตึงเครียด ซึ่งยั่วยุให้เกิดการทรยศ” อาจารย์เชา กล่าว

โดยมีนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยกานซูเกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของคู่เพื่อนและคนรู้จัก (win-win สถานการณ์ที่ได้ประโยชน์ทั้งคู่) ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมทั้งหมด 50 คน (อายุเฉลี่ย 24 ปี) ด้วยการให้นับเหรียญโดยประมาณบนหน้าจอภายในเวลา 3 วินาที โดยคนหนึ่งเห็น ส่วนอีกคนจะมีการเบลอภาพในวินาทีสุดท้าย จากนั้นให้แต่ละคู่เดาว่าทั้งหมดมีกี่เหรียญ

แต่ก่อนหน้านั้นมีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มคนที่มีอารมณ์โกรธ คือ ผู้เข้าร่วมจะต้องเขียนเล่าเรื่องความทรงจำล่าสุดที่ทำพวกเขาโกรธ กับกลุ่มควบคุมที่มีความเป็นกลาง เขียนเนื้อหาที่ไม่ได้มีความโกรธนำ

หลังจากนั้นวัดอารมณ์ของผู้เข้าร่วมว่าใครลบใครบวก แล้วดูว่าคนที่กำลังโกรธจะยังสามารถรักษาผลประโยชน์ที่มีเพื่อให้คู่ของตนชนะได้หรือเปล่า

หลังจากนั้นให้ผู้เข้าร่วมทั้งหมดทำแบบทดลอง ผลปรากฏว่าคนที่มีความโกรธมีแนวโน้มจะลดผลประโยชน์ร่วม เนื่องจากอารมณ์ที่ครอบงำนั้นไปลดความสามารถในการคิดวิเคราะห์แยกแยะ นักวิจัยมีคำที่ใช้เรียกพฤติกรรมนี้ว่า ‘ทำลายความใกล้ชิด’ (kill the familiar) ซึ่งเหตุผลที่พวกเขาอธิบายคือ ความโกรธทำลายความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผล แทนที่จะร่วมมือกันเพื่อให้คู่ตัวเองชนะ กลับพยายามทำให้อีกฝ่ายเป็นคนผิดด้วยซ้ำ

แน่นอนว่า ผลจากความโกรธที่นำไปสู่การโกหกหักหลังนี้ ส่งผลให้ความไว้วางใจ ความร่วมมือและความเต็มใจในการแบ่งปันย่อมลดลงไปตามกัน ขณะที่คนที่เขียนเล่าความทรงจำที่ไม่ได้มีอารมณ์โกรธมาครอบงำ กลับมีแนวโน้มที่จะสร้างความได้เปรียบให้กับคู่ของตัวเองมากกว่า

จะเห็นว่าสิ่งที่ได้จากการทดลองนี้ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้หลายคนหักหลังคนใกล้ชิดสนิทสนมนอกจากผลประโยชน์ส่วนตัวแล้วก็คือ ‘ความโกรธ’

เมื่อไหร่ก็ตามที่ความโกรธ ความโมโหเข้ามาครอบงำจิตใจสมองจึงใช้พลังงานทั้หมดที่มีไปโฟกัสกับกลุ่มอารมณ์ตรงนั้น วิสัยทัศน์ในการมองเห็นและคิดวิเคราะห์จึงลดลง เนื่องจากมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ติดอยู่ในใจนั้น

แน่นอนว่าอันที่จริงในเหตุแห่งการหักหลังในแต่ละความสัมพันธ์ ย่อมมีรายละเอียดที่กระตุ้นมากกว่านี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘ความโกรธเคือง’ คือชนวนดีๆ นี่เอง ที่ก่อให้เชื้อเพลิงนั้นลุกไหม้ได้

อย่างไรก็ตาม การหักหลังหรือเอาคืนใครสักคนที่เคยทำให้เราเจ็บปวดหรือเกิดจากตัวเราเองก็ตาม ความสุขจากความสะใจนั้นย่อมไม่คงทน หลังจากนั้นคุณอาจกลายเป็นคนที่หาความสุขได้ยากไปเลยก็ได้ คุณอาจจะเสียเพื่อนที่ดีมากๆ ในชีวิตไป สูญเสียความไว้วางใจคนอื่นหรือการที่คนอื่นจะไว้วางใจคุณไปเลย

เพราะความสัมพันธ์จะเปราะบางหรือแข็งแรง จำต้องอาศัยความซื่อสัตย์จริงใจของทุกคนในความสัมพันธ์ แต่บางความสัมพันธ์ที่เราคิดว่าแข็งแรงแล้ว แท้จริงอาจเปราะบางกว่าที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นสถานะเพื่อนสนิท คนรัก แม้กระทั่งพี่น้องหรือกับตัวเองก็ตาม

ดังนั้น หากมีเรื่องอะไรขุ่นเคืองใจ หรือรู้สึกไม่ดีต่อคนใกล้ชิด ก็ควรเปิดใจคุยกันตรงๆ แล้วเคลียร์ใจให้จบเพื่อความสัมพันธ์ที่ยืนยาว ย่อมดีกว่าการเสียมิตรภาพความใกล้ชิดดีๆ ไป

เป็นกำลังใจให้ทุกคนเอาชนะความโกรธนั้นให้ได้นะ