2 Min

The Grand Riverfront Ratchaphruek-Rama 5 บ้าน LEED Gold แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่องเบื้องหลังความสำเร็จจากเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่ทำให้บ้านแห่งอนาคตเกิดขึ้นจริง

2 Min
241 Views
18 Sep 2025

ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของ เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ในการเป็นโครงการบ้านเดี่ยวแห่งแรกในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการรับรอง LEED Gold สำหรับที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว ในโครงการ The Grand Riverfront Ratchaphruek-Rama 5 ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องการันตีว่าอาคารนั้นๆ ถูกสร้างขึ้นโดยใส่ใจทั้งผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม

เราลองมาเจาะลึกกันว่า บ้านที่ได้มาตรฐานระดับโลกแบบนี้ มีรายละเอียดที่แตกต่างจากบ้านทั่วไปอย่างไร และมันส่งผลดีต่อชีวิตเราได้อย่างไรบ้าง

โครงการ The Grand Riverfront Ratchaphruek-Rama 5 ได้รับการออกแบบโดยยึดหลัก ESG เป็นหัวใจสำคัญ ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ คุณภาพชีวิต (Quality of life), สิ่งแวดล้อมและการฟื้นฟูสภาพภูมิอากาศ (Environment & Climate Restoration), และ การลดการปล่อยคาร์บอน (Decarbonization) ซึ่งสะท้อนผ่านนวัตกรรมการออกแบบและเทคโนโลยีที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด 

  1. คุณภาพอากาศภายในตัวบ้าน

ปัญหาฝุ่น PM2.5 กลายเป็นเรื่องปกติที่น่ากังวลของคนเมือง บ้านที่ได้มาตรฐาน LEED Gold จึงให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศภายในเป็นอันดับแรก ด้วยการติดตั้งระบบ ERV (Energy Recovery Ventilator) ซึ่งเป็นระบบระบายอากาศอัจฉริยะที่คอยดึงอากาศสะอาดจากภายนอกเข้ามาผ่านแผ่นกรองประสิทธิภาพสูง (กำจัด PM2.5 ได้ถึง 99.7%) พร้อมกับระบายอากาศเก่าภายในออกไป ทำให้เราได้หายใจอากาศบริสุทธิ์ตลอดเวลาที่อยู่ในบ้าน พร้อมใช้สีทาบ้านและวัสดุที่มีสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) ต่ำ ซึ่งเป็นสารเคมีที่อาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจในระยะยาว และมีการออกแบบเพื่อควบคุมความชื้น ป้องกันการเกิดเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

  1. นวัตกรรมที่ช่วยประหยัดพลังงาน

ค่าไฟคือค่าใช้จ่ายในบ้านที่หลายคนกังวล แต่สำหรับบ้านของโครงการ The Grand ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยตรง โดยสามารถลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 75% เมื่อเทียบกับบ้านทั่วไป ผ่านการติดตั้ง Solar Rooftop และ EV Charger ในบ้านทุกหลังซึ่งเป็นการลงทุนที่เห็นผลชัดเจนบนบิลค่าไฟทุกเดือนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว 

นอกจากนั้น ยังลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านด้วยการใช้ฉนวนกันความร้อนที่หนาเป็นพิเศษ (15 ซม.) บริเวณเหนือโรงรถซึ่งเป็นจุดรับความร้อน และใช้กระจกติดฟิล์มชนิด Reflective ที่สะท้อนความร้อนออกไป ทำให้บ้านเย็นลงได้อย่างชัดเจน

  1. ประสิทธิภาพการใช้น้ำและการจัดการ 

โครงการสามารถลดการใช้น้ำได้มากกว่า 22% โดยเลือกใช้สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำรุ่นประหยัดน้ำ ซึ่งคำนวณแล้วสามารถประหยัดน้ำได้ถึง 160,000 ลิตรต่อปี ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ การจัดการน้ำรอบบ้านที่มีการออกแบบรางระบายน้ำฝนและน้ำทิ้งจากแอร์ให้เป็นระบบ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำขัง ดินทรุดตัว และลดความเสี่ยงเรื่องปลวกในระยะยาว

  1. วัสดุและการออกแบบที่คำนึงถึงอนาคต 

โครงการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะยาว ควบคู่ไปกับการเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบโครงการ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ร่มรื่น ใกล้ชิดธรรมชาติ และช่วยลดอุณหภูมิรอบตัวบ้าน ทำให้ทุกวันของการอยู่อาศัยคือการพักผ่อนอย่างแท้จริง

การที่โครงการอย่าง The Grand Riverfront ได้รับรองมาตรฐาน LEED Gold ไม่ใช่แค่การสร้างชื่อเสียงให้ผู้พัฒนา แต่เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้บริโภค มันแสดงให้เห็นว่า ‘บ้าน’ ในวันนี้สามารถเป็นได้มากกว่าที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ช่วยดูแลสุขภาพของเรา ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และยังช่วยดูแลโลกไปพร้อมกัน