ปรากฏการณ์ชาวเน็ตกับการฆ่าตัวตาย โซเชียลมีเดียทำให้คน ‘โมโหร้าย-นิสัยแย่ลง’ จริงเหรอ?
จากข่าวการฆ่าตัวตายของนักวอลเลย์บอลและสตรีมเมอร์ชาวเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีการระบุสาเหตุว่าเป็นเพราะต้องทนรับการบูลลี่อย่างหนัก นำไปสู่คำถามว่าโซเชียลมีเดียทำให้เราเกรี้ยวกราด ส่งความเกลียดชังต่อกันจริงหรือ?
จากงานวิจัยพบว่าแม้โซเชียลมีเดียไม่ได้ทำให้ผู้คนกลายเป็นคนนิสัยแย่ (เพราะโดยพื้นฐานพวกเขาอาจจะแย่อยู่แล้ว) แต่มีส่วนทำให้เราตอบสนองต่อเรื่องราวต่างๆ ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่าง ‘รุนแรง’ มากขึ้น เพราะความเกรี้ยวกราดได้รับความสนใจมากกว่าในโลกออนไลน์

social media bullying | the journal
ความเกรี้ยวกราดและเกลียดชังบนอินเทอร์เน็ต อาจสร้างผลกระทบที่รุนแรง ‘ถึงชีวิต’ ได้
ถ้าหากใครติดตามข่าวจากเกาหลีใต้เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา คงเห็นผลกระทบร้ายแรงจากการแสดงความคิดเห็นในเชิงลบทางโซเชียลมีเดีย หลังจากที่ คิม อินฮยอก (Kim In-Hyuk) นักกีฬาวอลเลย์บอลชาวเกาหลีใต้ วัย 27 ปี ตัดสินใจฆ่าตัวตายในบ้านพักเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2022 หลังต้องทนรับความคิดเห็นเรื่องรูปลักษณ์มาตลอดอาชีพนักวอลเลย์บอล
ไม่นานหลังจากนั้น โจ จาง-มี (Jo Jang-mi) เจ้าของช่อง ‘บีเจ แจมมี่’ (BJ Jammi) สตรีมเมอร์สาวชื่อดังวัย 27 ปีที่ผู้ติดตามกว่า 200,000 คน ก็ได้จบชีวิตตนเองลง โดยที่ครอบครัวระบุว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้า และต้องทนทุกข์ทรมานจากคอมเมนต์บูลลี่ และการที่มีผู้ปล่อยข่าวลือบิดเบือนเกี่ยวกับตัวเองในอินเทอร์เน็ตมานาน
ยังไม่นับรวมกรณีของ ซง จีอา (Song Ji-ah) เน็ตไอดอลและบิวตี้บล็อกเกอร์ซึ่งกลายเป็นกระแสในโซเชียลช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่มีข่าวว่าเธอใช้ของแบรนด์เนมปลอมออกรายการ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง
จีอาถูกคว่ำบาตรอย่างโหดร้าย รวมถึงถูกขุดคุ้ยประวัติส่วนตัว จนทำให้เธอลบรูปและคลิปวิดีโอทั้งหมดออกจากช่องทางสื่อสารออนไลน์ของตัวเอง ทำให้หลายคนเริ่มเป็นกังวลว่าเธออาจทนรับความเกลียดชังที่ท่วมท้นบนโลกอินเทอร์เน็ตไม่ไหวจนอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายได้
ปรากฏการณ์เหล่านี้อาจเห็นได้ชัดเจนในเกาหลีใต้ แต่อันที่จริงมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งในตะวันตก หรือแม้แต่ในประเทศไทยเองที่ผู้คนสาดความเกลียดชังใส่กันผ่านตัวอักษร แต่โซเชียลมีเดียทำให้ผู้คนเกรี้ยวกราดโมโหร้ายไร้การควบคุมจนทำให้เกิดความเกลียดชังท่วมท้นบนโลกออนไลน์จริงๆ เหรอ?

angry on social media | BBC
ดูเหมือนคำตอบคือ ‘จริงบางส่วน’ เพราะการศึกษาของมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Science Advances ในสหรัฐอเมริกา ระบุว่าโซเชียลมีเดียส่งเสริมให้เราเปิดเผยความเกรี้ยวกราดมากและหยาบคายมากขึ้น เนื่องจากข้อความเหล่านั้นมีแนวโน้มที่จะได้รับความสนใจหรือได้รับการกดไลก์มากกว่า เพราะผู้คนพร้อมจะกดไลก์ทันทีที่เห็นข้อความที่โหดร้ายแต่ ‘สะใจ’
นักวิจัยระบุว่าโซเชียลมีเดียได้เข้ามาเปลี่ยน ‘น้ำเสียง’ ที่ผู้คนพูดถึงเรื่องราวต่างๆ ในสังคม ตั้งแต่เรื่องการเมือง ผลเลือกตั้ง ข่าวคนดัง เหตุการณ์วิวาทบนเครื่องบิน แม้ว่าพฤติกรรมและทิศทางของสื่อโซเชียลจะเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละสถานการณ์ แต่นักวิจัยพบข้อมูลบ่งชี้ว่าการใช้โซเชียลมีเดียไม่ได้เป็นการสะท้อนความคิดเห็นที่อยู่ในสังคมเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนแปลงวิธีการตอบสนองของผู้คนด้วย
ความเกลียดชังที่ขยายหรือพุ่งเป้าไปสู่คนอื่นอาจทำให้เกิดความรุนแรงได้ จากการสำรวจความเห็นของสถาบันวิจัยพิว (Pew Research Center) ในปี 2018 พบว่า 59 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นในสหรัฐฯ เคยเผชิญหน้ากับความรุนแรงทางออนไลน์มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งคุกคาม (บูลลี่) การปล่อยข่าวลือ การขุดคุ้ยประวัติ หรือนำภาพไปใช้ มันเกิดขึ้นจนแทนจะกลายเป็นธรรมชาติของผู้คนบนโลกออนไลน์

bullying | dubailad
แม้ว่าหลายคนจะเริ่มรู้สึกว่าโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยความเกลียดชังและคนที่ ‘แย่’ แต่คำถามต่อมาคือโซเชียลมีเดียทำให้เราเป็นคนแย่ลงหรือทำตัว ‘ทุเรศ’ มากขึ้นจริงๆ เหรอ
สำหรับคำถามนี้คำตอบอาจ ‘ไม่ใช่’ เพราะโซเชียลมีเดียไม่ได้ทำให้คนนิสัยเลวทรามลง แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คน ‘แย่’ อย่างเต็มที่มากขึ้นต่างหาก
งานวิจัยของศาสตราจารย์ ไมเคิล แบง ปีเตอร์สัน (Michael Bang Petersen) ในปี 2021 พบว่าเหล่าคนที่มีพฤติกรรมแย่ๆ ในโลกออนไลน์ ส่วนใหญ่ก็เป็นคนแย่ๆ อยู่แล้วในโลกออฟไลน์ ดังนั้นโซเชียลมีเดียไม่ได้ทำให้คนกลายเป็นคนแย่ แต่มันเป็นเหมือนพื้นที่ปลดปล่อยความเกรี้ยวกราดอย่างเต็มที่ไม่มีลิมิตเพราะไม่ต้องเผชิญหน้าด้วยตัวตนจริงๆ
ธรรมชาติของผู้คนบนโซเชียลมีเดียในปัจจุบันทำให้เราเห็นว่าการส่งความเกลียดชังอย่างรุนแรงและเกรี้ยวกราดในโซเชียลนั้นมีจริง และแม้ว่ามันจะไม่ได้ทำให้ผู้คนนิสัยเปลี่ยนไปจากชีวิตออฟไลน์นัก แต่ผู้คนตอบสนองต่อเรื่องราวต่างๆ ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่าง ‘รุนแรง’ มากขึ้น ทำให้หลายครั้งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคนที่ตกเป็นเป้าของความเกลียดชัง ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้คนมีภาวะของโรคซึมเศร้า ไปจนถึงเลือกจะจบชีวิตตัวเองอย่างที่เราเห็นในข่าว
อ้างอิง
- Europa. TRENDING SCIENCE: Social media making us angrier, study reveals. https://bit.ly/3LjFy9a
- Psychiatric Times. “The Internet Made Me Do It” -Social Media and Potential for Violence in Adolescents. https://bit.ly/3JdBiX4
- Techdirt. New Research Shows Social Media Doesn’t Turn People Into Assholes (They Already Were) , And Everyone’s Wrong About Echo Chambers. https://bit.ly/3sv7Jt1
- PPTV HD36. สตรีมเมอร์สาวเกาหลีใต้ฆ่าตัวตาย หลังถูกชาวเน็ตบูลลี่หนัก. https://bit.ly/3Gwt5LK
- Nation TV. ทนบูลลี่ไม่ไหว นักวอลเลย์บอลเกาหลีฆ่าตัวตาย. https://bit.ly/3GC9DgG