รู้จัก ‘แมวป่าสกอตแลนด์’ สายพันธุ์แมวป่าที่ใกล้มีจุดจบเพราะแมวด้วยกันเอง
ชีวิตของบรรดาแมวป่าไม่ว่าจะไซส์เล็กหรือใหญ่ ใช้นามว่าแมวหรือเสือ หรืออยู่แห่งหนตำบลใด ชะตากรรมสุดท้ายมักหนีไม่พ้นการถูกล่า ไม่ก็สูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย จากการคุกคามของมนุษย์ หากจะมีมุมที่แตกต่างออกไปบ้าง ก็คงจะเป็นกลุ่ม ‘แมวป่าสกอตแลนด์’ แมวที่มีจุดจบเพราะแมวด้วยกันเอง
แมวป่าสกอตแลนด์ (Scottish wildcats) หรือ ‘เสือไฮแลนด์’ (Highland tiger) หากว่ากันตามชื่อแล้วก็คงไม่ต้องทายกันให้เสียเวลาถึงถิ่นที่อยู่ ในอดีตเจ้าพวกนี้เป็นแมวที่เคยเดินเตร็ดเตร่อยู่ทั่วบริเทนใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ลดลงหลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ถูกจำกัดวงให้เอาตัวรอดแค่ในป่าอนุรักษ์ของสกอตแลนด์เพียงแห่งเดียว
เมื่อราวๆ 10 ปีที่แล้ว หน่วยงานอนุรักษ์ของประเทศเคยนับจำนวนแมวในป่า พบว่ายังเหลืออยู่แค่ราวๆ 115-300 กว่าตัว ซึ่งก็มีการออกกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์ ดูแลถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นอย่างดี จะมีตายบ้างก็จากกับดักสัตว์ หรือถูกรถชน ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดโดยความไม่ตั้งใจ (กับดักสัตว์ไม่ได้ตั้งเพื่อดักจับแมวโดยตรง)
แต่สิ่งที่ปรากฏพบใหญ่ๆ ในช่วง 10 ที่ผ่านมากลับกลายเป็นว่าสาเหตุที่แมวป่าสกอตแลนด์ยังลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเพราะสิ่งที่กฎหมายยังควบคุมไม่ได้อย่างบรรดา ‘แมวจร’
ปัญหาของเรื่องนี้มามาจากบรรดาแมวจรที่เพิ่มมากขึ้น มีบางส่วนกระจายตัวไปอยู่ตามป่าตามทุ่งหญ้า แล้วเกิดไปพบรักในความกำยำของแมวป่าจนตกลงปลงใจผสมพันธุ์กัน ทำให้ท้ายที่สุดแมวป่าที่กระโจนอยู่ตอนนี้แทบจะเป็นพันธุ์ลูกผสมเกือบทั้งหมด
ในส่วนนี้ขอคั่นหน่อยว่า แมวป่าสกอตแลนด์มีลักษณะคล้ายกับแมวบ้านสีสลิดพอสมควร จะต่างกันตรงแถบสีบางส่วน มีสีเข้มกว่า เท้าดำกว่า และขนาดร่างกายใหญ่กว่าแมวบ้านราวๆ เท่าตัว (ถึงแม้จะคล้ายกับแมวบ้าน แต่แมวป่าสกอตแลนด์ก็ไม่ใช่บรรพบุรุษของแมวบ้านแต่อย่างใด)
ซึ่งพอเกิดการผสมข้ามสายพันธุ์ อัตลักษณ์สำคัญของแมวป่าก็ค่อยๆ จืดจางลง ไม่ต้องพูดถึงรหัสทางพันธุกรรม ความแข็งแกร่งในฐานะนักล่าอันดับต้นๆ ของผืนป่าก็ย่อมเปลี่ยนแปลงไปด้วย
อีกสาเหตุที่ทำให้แมวป่าตายไวมาจากโรคที่แมวจรพาเข้าป่า ไม่ว่าจะเป็น ไวรัสคาลิไซในแมว ไวรัสโคโรนา โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ และอีกสารพัดโรคที่เกิดจากแมว ส่งผลให้แมวป่าจำนวนไม่น้อยต้องสิ้นอายุขัยก่อนวัย (ปกติจะมีอายุราวๆ 15 ปี)
ในปี 2019 เคยมีรายงานอ้างว่า ยังพบแมวป่าเหลืออยู่ราวๆ 30 ตัว แต่ก็หายากมากๆ จนในที่สุดหลายๆ ฝ่ายก็เริ่มยอมรับสภาพว่าคงไม่มีแมวป่าแท้ๆ เหลืออยู่ในธรรมชาติอีกแล้ว กอปรกับช่วงเวลาเดียวกัน มีการจับแมวป่ากว่า 500 ตัว มาตรวจพันธุกรรมก็แทบจะไม่มีตัวไหนตรงกับสายพันธุ์แท้เลย
อย่างไรก็ตาม ความหวังยังมี โชคดีที่ก่อนหน้านั้นมีโครงการที่นำแมวป่ามาเพาะเลี้ยง รวมถึงยังมีแมวป่าตามสวนสัตว์อยู่บ้าง แล้วโครงการที่ว่าก็พัฒนาจนสามารถเพาะเลี้ยงแมวป่าสกอตแลนด์ขึ้นมาได้ใหม่
และหลังจากพัฒนาโครงการอยู่หลายปี ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ก็เริ่มมีการทยอยปล่อยแมวป่าสกอตแลนด์กลับคืนสู่ป่าธรรมชาติได้สำเร็จ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเพิ่งปล่อยไปอีก 22 ตัว รวมถึงยังมีแผนการปล่อยให้ได้ 60 ตัวในระยะเวลา 3 ปี ต่อจากนี้
อย่างไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่กังวลว่า น้องๆ ที่เพิ่งถูกปล่อยคืนสู่ป่าไปนั้นจะสามารถเอาตัวรอดได้มากแค่ไหน เพราะแมวเลี้ยงเหล่านี้ไม่เคยล่าเหยื่อเอง จากข้อจำกัดทางกฎหมายของประเทศที่ไม่อนุญาตให้ใช้เหยื่อที่ยังมีชีวิตเป็นอาหารสัตว์ ทำให้แมวป่าไม่เคยฝึกล่าสัตว์ที่ยังมีชีวิตจริงๆ
และยังไม่นับรวมกับปัญหาใหญ่อย่างการผสมพันธุ์กับทั้งแมวจรและสายพันธุ์ผสมที่คุมป่าอยู่ในตอนนี้ – ซึ่งอาจจะมีมหกรรมทำหมันแมวป่าลูกผสมครั้งใหญ่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อปกป้องสายพันธุ์ดั้งเดิมเอาไว้
แมวป่าสกอตแลนด์ จะสามารถเอาตัวรอดได้หรือไม่ เรื่องนี้ก็คงต้องรอติดตามในตอนต่อไป…
อ้างอิง
- Scottish wildcats bred in captivity released to the wild in a bid to save the species from extinction https://shorturl.asia/dMieB
- Scotland’s wildcat on brink of extinction – research https://shorturl.asia/P4vXu
- Wildcats in Scotland https://shorturl.asia/870ol