The Science of Gifting: ไขรหัสสมอง ทำไม ‘การให้’ จึงสุขกว่า ‘การรับ’ และเคล็ดลับการเลือกของขวัญให้ถูกใจที่สุด
ในช่วงสิ้นปีหรือขึ้นปีใหม่แบบนี้ เทศกาลแห่งการเลือกของขวัญได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับคำถามเบสิกว่า “จะซื้ออะไรให้ใครดี?” เพราะการเลือกซื้อหาของขวัญสักชิ้นนั้นอาจต้องใช้ทั้งพลังงานและการทุ่มเทเวลาไปเพื่อการสรรหาของขวัญชิ้นที่สมบูรณ์แบบที่สุด
งานวิจัยจำนวนไม่น้อยพบว่าของขวัญที่ ‘ไม่ใช่’ สามารถส่งผลต่อความสัมพันธ์ได้มากกว่าที่คิด จนอาจนำไปสู่การตั้งคำถามถึงอนาคตในความสัมพันธ์นั้นๆ แต่ในขณะเดียวกัน การให้ของขวัญที่ ‘ใช่’ ก็สามารถสร้างความสุข ความเชื่อมโยง และทำให้ผู้รับมีความสุขจนยิ้มออก ส่วนเราที่เป็นผู้ให้ก็จะรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
แต่เคยสงสัยกันไหมว่า เหตุใด ‘การให้’ จึงสามารถสร้างความรู้สึกดีให้แก่เราอย่างลึกซึ้งได้ขนาดนี้
นักจิตวิทยาและนักประสาทวิทยายืนยันตรงกันว่า ความสุขจากการให้ไม่ได้เป็นเพียงอารมณ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าแบบฉับพลันทันที แต่เป็นผลจาก ‘ระบบรางวัลของสมอง’ (Brain Reward System) ที่ทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อน ทั้งด้านความสุข ความผูกพัน และความสัมพันธ์ทางสังคม
- โดปามีน (Dopamine) และ ‘ความสุขแบบอบอุ่นใจ’ (Warm Glow Effect)
การให้ของขวัญถือเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่กระตุ้น ‘วงจรรางวัล’ ในสมองได้ชัดเจนที่สุด
การให้ของขวัญจะทำให้สมองของเราปล่อยโดปามีน สารแห่งความสุขที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น อิ่มเอม และพอใจในทันที โดยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยซูริค (University of Zurich) พบว่า การใช้จ่ายเงินเพื่อผู้อื่นที่ไม่ใช่ตัวเราเองนั้น ส่งเสริมความสุขและความเอื้อเฟื้อในปฏิสัมพันธ์ต่อๆ ไป
นอกจากนี้เรายังมีความรู้สึกดีๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำลังทำเรื่องดีๆ เหล่านั้นให้ใครสักคน โดยนักจิตวิทยาเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ความรู้สึกอบอุ่นจากการให้’ (The Warm Glow of Giving) อันเป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากการมีพฤติกรรมเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั่นเอง
- ออกซิโทซิน (Oxytocin) ฮอร์โมนแห่งความผูกพัน
ความสุขจากการให้ของขวัญจะแตกต่างจากความสุขแบบอื่นๆ เนื่องด้วยมันผูกโยงกับ ‘ทฤษฎีความผูกพัน’ (Attachment Theory)
การให้ของขวัญเป็นปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งออกซิโทซิน หรือฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อใจ ความอบอุ่น และความปลอดภัยทางใจ
และออกซิโทซินนี่เองที่ทำให้ความรู้สึกดีจากการให้ของขวัญ อยู่ได้นานกว่าความสุขแบบ ‘ฉับพลัน’ ของโดปามีน และแม้แต่การมองหาของขวัญ การห่อของขวัญ หรือการเฝ้ารอให้ผู้รับเปิดของขวัญ ก็เป็นช่วงเวลาที่สมองได้รับรางวัลแล้ว
- ความเห็นอกเห็นใจและ ‘การมีความสุขแทนผู้อื่น’ (Vicarious Joy)
การให้ของขวัญคือการแสดงออกถึงความเมตตา และการดูแลความสัมพันธ์ ซึ่งกระตุ้นให้เกิด ‘รางวัลทางอารมณ์’ แบบลึกซึ้ง
เมื่อเรารักและใส่ใจใครมากพอ สมองจะเริ่มผนวกอีกฝ่ายเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ตัวเรา’ (Self-Other Overlap) ดังนั้นเมื่อผู้รับได้รับสิ่งดีๆ เราก็จะรู้สึกดีไปด้วย
นอกจากนี้ในการเลือกของขวัญ จำเป็นต้องอาศัย Cognitive Empathy หรือการพยายามคิดแทนผู้รับว่าอะไรจะทำให้เขามีความสุข และการคิดอย่างตั้งใจเพื่อผู้อื่นนี้เองที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของความเมตตา และเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้สมองของเรารู้สึกว่าเรากำลังทำสิ่งที่คุ้มค่า
- กฎทางจิตวิทยาที่ช่วยในการเลือกของขวัญ
แม้ความตั้งใจดีจะเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่การเลือกของขวัญให้ ‘ถูกใจ’ ก็ทำให้วงจรรางวัลทำงานเต็มระบบขึ้น งานวิจัยทางด้านจิตวิทยาเผยให้เห็นช่องว่างระหว่างผู้รับและผู้ให้ที่สามารถเป็นแนวทางในการเลือกของขวัญได้
ผู้ให้มักจะเลือกของขวัญที่มอบความตื่นเต้นสูงสุดใน ‘ช่วงเวลาที่มอบให้’ เพื่อหวังให้ได้รับรอยยิ้มในทันที แต่จริงๆ แล้วผู้รับจะให้ความสำคัญกับ ‘คุณค่าที่ใช้ได้จริงในระยะยาว’ มากกว่า ดังนั้นการให้ของขวัญที่ใช้งานได้นานก็อาจจะมีโอกาสสร้างความผูกผันในระยะยาวได้ดีกว่า
ราคาไม่ใช่มาตรวัดความสุขเสมอไป เพราะยิ่งผู้ให้ใช้จ่ายมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเกิดความคาดหวังที่จะให้ผู้รับชื่นชมมากเท่านั้น แต่ผู้รับส่วนใหญ่ไม่ได้เชื่อมโยงราคากับระดับความพึงพอใจ การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจึงไม่ได้การันตีความสุขที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด
และเพื่อลดความวิตกกังวลของผู้ให้และความไม่ถูกใจของผู้รับ คำแนะนำที่ง่ายที่สุดในการหาของขวัญคือ ‘ถามผู้รับไปตรงๆ ว่าพวกเขาต้องการอะไร’ อาจจะดูไม่เซอร์ไพรส์เท่าที่ควร แต่รับรองว่าผู้รับจะต้องชื่นใจกับของขวัญที่ได้รับอย่างแน่นอน
ถึงแม้ในมุมมองของหลายๆ คน การเตรียมของขวัญอาจจะนำมาซึ่งความเครียดและความกังวลในด้านทุนทรัพย์ แต่แก่นแท้ของการให้ของขวัญคือ ‘การลงทุนในความสัมพันธ์’ อันถูกขับเคลื่อนโดยกลไกทางเคมีที่ซับซ้อน
ดังนั้น ‘ความตั้งใจ’ คือสิ่งสำคัญที่สุด เพราะของขวัญที่ดีอาจต้องมีการเสียสละทั้งทุนทรัพย์ แรงกาย และเวลา ซึ่งการเสียสละนี้เองเป็นสิ่งที่สื่อสารถึงคุณค่าและความผูกพันทางสังคมได้อย่างชัดเจน เพราะเมื่อผู้รับรับรู้ถึงความทุ่มเทที่เรามีให้ พวกเขาก็จะชื่นชมความพยายามนั้น และเป็นการตอกย้ำวงจรรางวัลในสมองของผู้ให้
‘การให้’ จึงเป็นมากกว่าการแลกเปลี่ยนสิ่งของ หากแต่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างการหลั่งสารเคมีแห่งความสุขในสมองและการใช้สติปัญญาทางสังคม เพื่อสร้างและรักษาความสัมพันธ์ให้ยั่งยืน
ท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกดีเป็นพิเศษที่เกิดขึ้นเวลาเราให้ของขวัญ ไม่ใช่เพราะของชิ้นนั้นสวยที่สุดหรือราคาแพงที่สุด แต่เพราะสมองรับรู้ได้ว่าเรากำลัง ‘สร้างความผูกพัน’ กับใครบางคนมากขึ้นอีกนิด
และความผูกพันนี่เอง คือของขวัญและรางวัลที่ยั่งยืนที่สุด
อ้างอิง:
- What happens in your brain when you give a gift? https://www.apa.org/topics/mental-health/brain-gift-giving
- Understanding the brain science behind giving and receiving gifts https://news.arizona.edu/news/understanding-brain-science-behind-giving-and-receiving-gifts
- The science behind giving good gifts https://www.bbc.com/worklife/article/20191206-the-science-behind-giving-good-gifts