4 Min

รู้จัก ‘ริชี ซูนัค’ ว่าที่ ‘นายกฯ เชื้อสายอินเดียคนแรก’ ของอังกฤษ

4 Min
412 Views
27 Oct 2022

วันที่ 5 กันยายน 2022 หลังจากพรรคอนุรักษนิยมอังกฤษได้ตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ สื่อทั่วโลกก็ระดมกันลงข่าวว่า ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนใหม่อย่างลิซ ทรัสส์’ (Liz Truss) เป็นใครมาจากไหน แต่อาจมีสื่อกลุ่มหนึ่งที่จะลงข่าวอีกแนวว่าทำไมผู้ท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกคนอย่างริชี ซูนัค’ (Rishi Sunak) ถึงพ่ายแพ้ให้กับทรัสส์ และทำให้คนอังกฤษไม่ได้มีนายกฯ เชื้อสายอินเดียคนแรกในประวัติศาสตร์

ก็คงไม่ต้องเดาอะไรมาก ว่าสื่อพวกที่ว่าคือสื่อฝั่งอินเดียที่เชียร์ซูนัคสุดๆ มาตั้งแต่รอบแรกๆ ของการท้าชิงหัวหน้าพรรค ซึ่งก็ไม่แปลกถ้ามีคนเชื่อสายไทยได้ขึ้นไประดับนั้น สื่อไทยก็คงจะลงข่าวหนักๆ แบบเดียวกัน ซึ่งถ้าจำได้ตอน แทมมี ดักเวิร์ธ (Tammy Duckworth) ..อเมริกันเชื้อสายไทย ได้เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงรอง ปธน.อเมริกา สื่อไทยก็ลงข่าวเกี่ยวกับเธอมากกว่าต่างประเทศเช่นกัน

แน่นอน ตอนนั้นฝ่ายที่เชียร์ซูนัคก็เซ็งๆ กัน แต่สุดท้ายหลังจาก ลิซ ทรัสส์ ดำเนินนโยบายผิดพลาดจนต้องลาออกหลังรับตำแหน่งได้ไม่ถึง 2 เดือน โอกาสเป็นนายกฯ เชื้อสายอินเดียคนแรกก็เปิดกว้างให้ซูนัค และสุดท้ายก็ไม่อะไรพลิกโผ ในวันที่ 24 ตุลาคม 2022 สื่อทั่วโลกก็ประกาศกว่า ริชี ซูนัค จะได้เป็นนายกฯ คนใหม่ของอังกฤษหลังจากพิชิตคู่แข่งในพรรคทั้งหมด

ว่าแต่ใครคือริชี ซูนัคหนุ่มเชื้อสายอินเดีย วัย 42 ปี ผู้เป็นนักการเมืองดาวรุ่งจากพรรคอนุรักษนิยม และจะได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งเป็นนักการเมืองมาแค่ 7 ปี? แล้วทำไมคนอินเดียที่เป็นคนกลุ่มน้อยถึงไต่ชั้นทางสังคมได้สูงขนาดนี้จนได้เข้าไปอยู่พรรคอนุรักษนิยม?

เราอาจต้องเล่าเรื่องกลับไปตั้งแต่การอพยพของคนอินเดียมาอังกฤษช่วงอาณานิคม

คือในช่วงอาณานิคม อินเดียปกครองอังกฤษและอังกฤษก็ส่งคนอินเดียไปทั่วโลก แต่สถานะในการไปนั้นคือ ในช่วงยุคเลิกทาสใหม่ๆ ช่วงศตวรรษที่ 19 คนอังกฤษจะส่งพวกแรงงานอินเดียรับจ้างไปทำงานแทนทาสคนแอฟริกันเยอะมาก เพราะคนอังกฤษมองว่าคนพวกนี้ขยันทำงานกว่าทาส ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะเงื่อนไขการทำงานคือทำใช้หนี้ค่าเดินทาง ดังนั้นหากยิ่งขยันทำงานก็ยิ่งใช้หนี้หมดเร็ว และทั่วๆ ไปอังกฤษก็จะให้เลือกหลังใช้หนี้หมดแล้วว่าจะกลับอินเดียฟรี หรือจะเอาที่ดินในประเทศอาณานิคมแทนค่าจ้าง และแทบจะร้อยทั้งร้อยก็จะเลือกอย่างหลัง และนี่เองทำให้ชุมชนคนอินเดียโพ้นทะเลนั้นกระจายไปตามอาณานิคมอังกฤษ

แต่อังกฤษก็จะมีการส่งคนอินเดียไปยังบรรดาชาติอาณานิคมด้วยอีกเหตุผล คือส่งไปเป็นเจ้าหน้าที่อาณานิคมในแอฟริกา หรือพูดง่ายๆ คือจะส่งไปเป็นข้าราชการคุมคนแอฟริกันอีกที ซึ่งก็เหตุผลเดิม ในบรรดาชาติอาณานิคม คนอังกฤษเชื่อมือคนอินเดียที่สุด และคนอินเดียที่เข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่อาณานิคมในแอฟริกาพวกนี้ก็ถือว่าเป็นคนรวยในช่วงอาณานิคม

จนช่วงอาณานิคมแตก พวกคนแอฟริกันไม่ต้องการอยู่ร่วมประเทศกับคนอินเดียเจ้าหน้าที่อาณานิคมเก่าพวกนี้ อังกฤษก็เลยเปิดทางให้คนพวกนี้อพยพมาอังกฤษ

ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่ผู้อพยพธรรมดา แต่เป็นคนร่ำรวยและมีการศึกษา ซึ่งพ่อแม่ของ ริชี ซูนัค ก็คือผู้อพยพกลุ่มนี้จากแอฟริกาในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งพอมาอังกฤษ พ่อของซูนัคก็มาเป็นหมอ ส่วนแม่เป็นเภสัชกรเปิดร้านขายยา และก็คงไม่ต้องอธิบายว่าครอบครัวคนอินเดียที่พ่อเป็นหมอ แม่เป็นเภสัชฯ นั้นมีพื้นเพไม่ธรรมดาแน่ๆ ไม่ใช่ผู้อพยพแบบตัวเปล่าเล่าเปลือยแบบในยุคหลังๆ ที่คนอังกฤษเซ็งๆ (ส่วนหนึ่งที่เกิด Brexit เพราะตอนอังกฤษเข้าร่วมสหภาพยุโรป คนอังกฤษจะเซ็งผู้อพยพแนวนี้จากโปแลนด์)

แบ็คกราวด์ระดับนี้ก็ไม่น่าแปลกใจว่าการศึกษาของซูนัคจะดีมาก เขาเรียนจบปริญญาตรีด้านปรัญชา การเมือง และเศรษฐศาสตร์จาก Oxford ตามแบบที่อีลีตอังกฤษพึงจะจบ (ซึ่ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ กรณ์ จาติกวณิช ก็จบมาจากสถาบันนี้) แต่มากกว่านั้นเขาก็ได้ไปเรียนต่อปริญญาโทหลักสูตร MBA ในอเมริกา ที่มหาวิทยาลัย Stanford

ซึ่งการไปเรียน MBA ที่ Standford มักจะถูกมองว่าเป็นเรียนเพื่อคอนเนกชั่น เนื่องจากที่นี่คือแหล่งรวมตัวของพวกลูกคนรวยในระดับโลก และคอนเนกชั่นที่ ริชี ซูนัค ได้ก็สุดๆ เขาได้พบกับภรรยาเขาที่เป็นลูกของมหาเศรษฐีชาวอินเดีย และเรียนจบมาก็เขาก็ได้ไปทำงานกับธนาคารเพื่อการลงทุนตัวท็อปของโลกอย่าง Goldman Sachs Bank และต่อมาก็ไปเป็นผู้จัดการกองทุน Hedge Fund ในอเมริกาและไปดูแลการลงทุนทั่วโลก

และสุดท้ายพอเขากลับมาอังกฤษช่วยอายุ 30 ต้นๆ เขาก็เริ่มเล่นการเมืองและเป็นผู้แทนของพรรคอนุรักษนิยมที่ลงเลือกตั้งรอบแรกก็ได้เป็น ส.. เลยในอายุ 35 ปี ในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน (David Cameron) และเขาก็ไต่เต้าในทางการเมืองเรื่อยๆ ในฐานะคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงของพรรคอนุรักษนิยม จนเขาได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีการคลังในสมัยของนายกฯ บอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ที่เพิ่งพ้นตำแหน่งไปหมาดๆ

ซึ่งตรงนี้ บางคนอาจจะรู้สึกว่าคุ้นๆ กับเส้นทางการเมืองของนักการเมืองไทยบางคน คำตอบคือคล้ายกับ กรณ์ จาติกวณิช ที่เรียนจบมาแบบเดียวกัน ทำงานเป็นนักการเงินระดับสูงยาวๆ ก่อนมาลงเล่นการเมืองและชนะเลือกตั้งทันที และสุดท้ายก็ได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีการคลัง ความต่างคือ ซูนัคอายุน้อยกว่ากรณ์พอสมควรตอนเริ่มเล่นการเมือง

ที่นี้ แล้วเราจะคาดหวังอะไรกับรัฐบาลของซูนัค? แน่นอนว่ารายชื่อ ครม. ยังไม่ออก ก็พูดยาก แต่หลักๆ สิ่งที่คาดได้แน่นอนก็คือ ซูนัคที่เป็นรัฐมนตรีคลังมาก่อน จะดำเนินนโยบายการคลังแบบกลับหัวกลับหางกับ ลิซ ทรัสส์

ซึ่งอธิบายง่ายๆก็คือทรัสส์เห็นว่าต้องกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐขาดดุลก็ไม่เป็นไรซึ่งนโยบายแบบนี้คือนโยบายที่เขาว่ากันว่าทำให้ทรัสส์ชนะซูนัคในตอนแรก

อย่างไรก็ดี นโยบายแบบทรัสส์ที่ไม่ยอมลดค่าใช้จ่ายรัฐไม่พอ ดันไปลดภาษีด้วยมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทางนโยบายแบบที่คนเรียนด้านเศรษฐศาสตร์มาอย่างซูนัคคงไม่เสนอ และสุดท้ายฝ่ายที่ได้หัวเราะทีหลังก็คือซูนัค เพราะนโยบายแบบนี้ใช้ไปไม่ถึง 2 เดือนรัฐบาลก็ล่มจริงๆ

ดังนั้น สิ่งที่เราน่าจะคาดหวังได้จากรัฐบาลของซูนัคก็คือ นโยบายเศรษฐกิจแนวเสรีนิยมใหม่เน้นๆ ตัดงบรัฐบาลกระจุยกระจาย ให้ตลาดจัดการตัวของมันเอง อันเป็นท่าทีตามจริตของพวกนักการเงินอันเป็นอาชีพเก่าของซูนัค

ซึ่งในบริบทเศรษฐกิจตอนนี้ ถ้าซูนัคอยู่ไปได้ ก็ไม่แปลกที่สุดท้ายประวัติจะขนานนามเขาว่าเป็น มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ (Margaret Thatcher) แห่งศตวรรษที่ 21 เพราะภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้มันคล้ายกับช่วงที่แธตเชอร์เป็นนายกฯ อังกฤษมาก และซูนัคก็กำลังจะทำสิ่งเดียวกับแธตเชอร์ในการแก้ปัญหา

อ้างอิง