2 Min

‘ด้วงกว่าง’ และสัญชาตญาณตามธรรมชาติ กับความสนุกของการแข่งขันในชุมชน

2 Min
17 Views
18 Feb 2026

ในช่วงปลายฝนต้นหนาว อาจเป็นช่วงเวลาโปรดของใครหลายคน เช่นเดียวกับ ‘ด้วงกว่าง’ หรือ ‘แมงคาม’ ที่จะออกมาพบกับความเย็นและออกหากิน เป็นจังหวะเดียวกันที่เด็กๆ หลายคนเริ่มตื่นเต้นกับการละเล่น ‘ชนกว่าง’ 

ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับการละเล่น เราไปทำความรู้จักกับด้วงกว่าง แมงกวาง หรือแมงคาม ที่เป็นแมลงปีกแข็งชนิดหนึ่ง มี 6 ขา มีลำตัวสีน้ำตาลอมแดงไปจนถึงสีดำ ปีกเรียบมันวาว โดยลักษณะเด่นของด้วงกว่างตัวผู้จะแตกต่างจากตัวเมียตรงที่ส่วนหัวจะมีเขาสองเขาด้านหน้าโดยในแต่ละชนิดจะมีรูปแบบแตกต่างกันออกไป 

อายุขัยของด้วงกว่างจะอยู่ที่ประมาณ 1 ปี เริ่มจากการวางไข่ ฟักเป็นตัวอ่อนอยู่ในดินหรือตามโพรงไม้ จากนั้นจะพัฒนาเป็นดักแด้ ก่อนจะลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยบินออกมาหาคู่เพื่อวางไข่ในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน หลังจากออกมาผสมพันธ์ุ ด้วงกว่างก็จะค่อยๆ ตายและเกิดใหม่ตามวัฏจักร

พฤติกรรมตามธรรมชาติของ ‘ด้วงกว่างตัวผู้’ นั้นมีนิสัยชอบต่อสู้อยู่แล้ว โดยเฉพาะในฤดูกาลผสมพันธุ์ที่ต้องแย่งชิงตัวเมีย ด้วงกว่างจะใช้เขาคู่บนศีรษะเป็นอาวุธสำคัญในการดัน งัด หรือพลิกคู่ต่อสู้เพื่อแสดงความแข็งแกร่งในแบบของมันเอง พฤติกรรมนี้เกิดขึ้นเองในธรรมชาติ และนี่เองทำให้คนในชุมชนหยิบยกมาเป็นการละเล่น

การละเล่น ‘ชนกว่าง’ มีที่มาอย่างไร?

การชนกว่าง ได้รับความนิยมในวัฒนธรรมล้านนา มีลักษณะที่คล้ายกับการชนวัวหรือการชนไก่ โดยการละเล่นนี้เกิดขึ้นจากพฤติกรรมการต่อสู้ตามธรรมชาติของ ‘ด้วงกว่าง’ อยู่แล้ว และในช่วงฤดูกาลที่ด้วงกว่างพบเจอได้มากมาย ชาวบ้านจึงนำพฤติกรรมธรรมชาตินี้มาต่อยอดจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำฤดูกาลที่สะท้อนวิถีชีวิต และธรรมชาติของคนในภาคเหนือ

โดยกติกาและวิธีการเล่นชนกว่าง จะมีเวทีไม้หรือท่อนไม้ที่เรียกว่า ‘กอน’ ที่จะมีรูตรงกลางสำหรับนำตัวเมียใส่ไว้โพรงตรงกลางของกอน เพื่อให้กลิ่นของตัวเมียกระตุ้นให้ด้วงกว่างตัวผู้เกิดแรงฮึดสู้เพื่อแย่งชิง ในการต่อสู่นั้นด้วงกว่างตัวผู้จะใช้เขาชน ขัด และดันกันไปมา ฝ่ายที่ยอมถอยหรือหล่นจากกอนไปก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้

แม้ว่าการ ‘ชนกว่าง’ จะเป็นการละเล่นที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของผู้คนมาเป็นเวลานาน แต่เมื่อใดที่เกิดการแข่งขันมักจะมี ‘การพนัน’ เข้ามาเกี่ยวข้องกับผลแพ้ชนะอยู่เสมอ ในบางพื้นที่ยอดเดิมพันมากถึงหลักแสนบาท สิ่งเหล่านี้อาจไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของวัฒนธรรม แต่สะท้อนให้เห็นอีกด้านหนึ่ง ถึง ‘ผลกระทบ’ ที่ทำให้ภาพลักษณ์ของการละเล่นถูกบดบังจากความสนุก เสียงเชียร์ ด้วยบรรยากาศของการเดิมพัน

อ้างอิง: