ถอดรหัสแนวคิดในการดูแล และพัฒนาพนักงานให้ก้าวหน้าไปพร้อมกัน ของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล หลังคว้า 2 รางวัลจากเวทีคุณภาพ
การผลักดันองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า สิ่งที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือ ‘คน’ ดังนั้นการบริหารทรัพยากรบุคคล หรือที่เรียกกันติดปากว่า HR จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นคนกลางที่เชื่อมโยงระหว่างองค์กรกับพนักงาน เพื่อสร้างความเข้าใจในแนวทางการทำงาน และนโยบายต่างๆ ขององค์กร
วันนี้ BrandThink ได้ร่วมพูดคุยกับ ‘สุภาพร บัญชาจารุรัตน์’ ผู้อำนวยการสายทรัพยากรบุคคล เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล ถึงเบื้องหลังความสำเร็จของการคว้า 2 รางวัล ทั้งองค์กรดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชีย และรางวัลการดูแลใส่ใจพนักงานดีเยี่ยมจากเวทีคุณภาพ

ก่อนอื่นต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลนั้นอยู่คู่กับคนไทยมา 40 ปี มีทั้งหมด 11 แห่ง แบ่งออกเป็นพญาไท 5 แห่ง แล้วก็เปาโล 6 แห่ง โดยครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล กระทั่งต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานจำนวนกว่า 10,000 คน ที่ให้บริการผู้ป่วยทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จำนวนกว่า 3.7 ล้านคนในแต่ละปี
ความพิเศษของปี 2022 นี้คือ เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลได้รับถึง 2 รางวัล จากเวทีระดับภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้รับรางวัล ‘We Care – HR Asia Most Caring Companies Awards 2022’ รางวัลพิเศษด้านการดูแลใส่ใจพนักงานดีเยี่ยม ส่วนอีกรางวัลได้รับยกย่องให้เป็น ‘HR Asia Best Companies to Work for in Asia Awards 2022’ รางวัลองค์กรดีเด่นที่น่าทำงานมากที่สุดในเอเชียเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

“โดย 2 รางวัลนี้มีความสำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล ในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งตอกย้ำให้เรารู้ว่าที่เดินมามันถูกทาง และต้องเดินต่ออย่าหยุด ปรับวิธีไปเรื่อยๆ ยังคงต้องพัฒนาตลอดเวลา”
ถอดรหัส 2 รางวัล กับ 2 หลักสำคัญในการพัฒนาพนักงาน
การรับฟังด้วยความรัก
ซึ่งเมื่อถามถึงบทบาทของเครือโรงพยาบาลต่อพนักงาน สุภาพรเล่าเพิ่มเติมว่า คงต้องย้อนกลับมาที่ต้นทางคือเรื่องเกณฑ์ในการรับคนเข้ามาทำงานร่วมกัน เราให้โอกาสทุกคนที่สามารถเข้ากับวัฒนธรรมขององก์กร มีความพร้อม และมีความรู้ตรงกับงาน ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟกต์ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะสามารถมาเรียนรู้ด้วยกันได้ บางคนมาจากองค์กรอื่น บางคนก็เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ

ก่อนหน้านี้มีโครงการที่เกี่ยวกับเสียงของคนใหม่ซึ่งมีความหมายกับเรา ในการพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้า เสียงของทุกคนมีความหมาย เราจึงไม่เคยมองข้าม หรือมองเป็นเรื่องเล็กน้อย เราพร้อมเปิดใจรับฟังเสียงของคนใหม่ ซึ่งอาจจะมีมุมต่างที่ดีกว่า
การดูแลพนักงานผ่านสวัสดิการที่เข้าใจ
อีกทั้งเรายังมี ‘สวัสดิการ’ ในเรื่องของการ ‘ดูแลสุขภาพ’ ของเหล่าพนักงาน โดยเครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลเราจะมีทีม HR ประจำตามโรงพยาบาลแต่ละแห่ง เพื่อเป็นคนคอยประสานงานก่อนจะส่งมาที่ศูนย์กลาง เพื่อให้บริการ และดูแลสวัสดิการต่างๆ
การเป็น HR มันต้องคอยมองสถานการณ์ เพื่อปรับสวัสดิการให้เหมาะสมทุกยุคทุกสมัยมาเรื่อยๆ บางทีเขาพอใจ ไม่พอใจ แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งหมดทุกเรื่อง HR ต้องคอยดู ณ จุดนี้ขององค์กรเป็นแบบไหน เพราะเราต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างเจ้านายกับลูกจ้าง ไม่สามารถเอนเอียงไปทางเจ้านาย ลูกจ้างก็รู้สึกว่าไม่ได้รับการดูแล
ขณะเดียวกันถ้าเราเอนไปหาลูกจ้าง นายจ้างก็อาจจะอยู่ไม่ได้ ฉะนั้นต้องบาลานซ์ เราจะบอกพนักงานทุกครั้ง หากเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่ามองว่าตัวเองเสียประโยชน์ ให้มองว่าตัวเองเสียสละ ถ้าองค์กรจะอยู่แต่ตัวเอง ไม่มีพนักงานก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ทั้งคู่ต้องไปด้วยกัน

การพัฒนาพนักงานด้านสุขภาพ เรามีหลักการว่าจะไม่บังคับพนักงานทําอะไรที่ไม่อยากทํา จึงต้องเริ่มทำการสำรวจก่อนว่าสิ่งที่พวกเขาอยากทําคืออะไร จนเกิดเป็นโครงการ Healthy Together ที่ทาง HR จะเป็นกำลังในการสนับสนุนกิจกรรมอันหลากหลายนี้ เพราะเราตั้งใจอยากให้คนทำงานได้รับความสุข และสุขภาพที่ดี
สำหรับเราหัวใจสำคัญในการบริหาร คือการดูแลพนักงาน ให้พวกเขามีความสุข มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทําให้คนทั้งหมื่นคนที่ไม่รู้จักเป็นพันครอบครัวมาอยู่ด้วยกันแล้วจะมีความสุขเหมือนกัน แต่ละคนมีความสุขที่ไม่เหมือนกัน
“ดังนั้นสิ่งที่เราทำคือ ทํายังไงก็ได้เมื่อเขาไม่มีความสุข ขอให้เขาบอกเรา เพราะเราไม่สามารถจะไปค้นหาความสุขให้ทุกคนได้ แต่ว่าเมื่อไหร่ที่เขาไม่มีความสุข เราต้องเปิดโอกาสมากขึ้น เห็นแล้วทักทาย เดินแวะเข้าไปพูดคุย ไปทำกิจกรรมร่วมกันบ้าง เพื่อให้เขากล้า และเข้าถึงเราได้ง่ายมากที่สุด”

นอกจากนี้วิกฤตการแพร่ระบาดของโควิดหลายระลอกที่ผ่านมา นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก ทางทีม HR ต้องคอยดูแลบรรดาพนักงานหนักขึ้น ตั้งแต่สอนวิธีการใส่-ถอดชุด PPE ไปเดินเยี่ยม เดินบนวอร์ด ไปลองนั่งดูผ่านจอ CCTV ให้รับรู้ว่าเราไม่ทิ้งพวกเขา
โดยเฉพาะเรื่องการจัดการเวลาเข้า-ออกกะใหม่ เพื่อความปลอดภัยของเขาและครอบครัว กระทั่งดูแลเรื่องอาหารของพวกเขาทุกมื้ออย่างเต็มที่ทุกเรื่อง ที่สำคัญคอย ‘ให้กำลังใจ’ เพื่อคลายความกลัว ความกังวลของพวกเขา โดยไม่ลืมเรื่องงบประมาณของค่าตอบแทน จากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
พอหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลงก็เข้าสู่ยุคของ Digital transformation ทำให้เราก็มีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ จากทุกอย่างเคย on-site กลายเป็น online หมดเลย ดังนั้นองค์กรมีหน้าที่เสริมเขาในเรื่องออนไลน์ ซึ่งสิ่งที่ได้มาคือคนของเราเก่งขึ้น และสามารถมองโลกได้กว้างขึ้นด้วย

สุดท้ายนี้อยากฝากข้อคิดในการบริหารทรัพยากรบุคคล บางครั้งการแก้ปัญหาของคนคนเดียว อาจสร้างอิมแพคที่ยิ่งใหญ่ ให้มุ่งไปที่ปัญหามากกว่ามุ่งไปที่คน
“ถ้าคุณจะเป็น HR ที่ดีควรรักคนอื่นให้เป็น หากรักคนอื่นไม่เป็นเราว่าทําอาชีพนี้ยากมาก เพราะจะรู้สึกว่าปัญหาของเขาไม่ใช่ปัญหาของเรา จึงต้องบริหารให้ดี และอยู่บนพื้นฐานของความเมตตาเสมอ”
สามารถติดตามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลได้ทาง
#HR #HRAsiaAward #Hospital #โรงพยาบาลพญาไท #เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโล