5 สรรพนามเรียกแฟนที่คนเมกาบอกยี้! ทำไมความหวานที่เร็วเกินไปอาจทำให้ความรักพังไม่เป็นท่า
เคยไหมที่อยู่ๆ ก็รู้สึกไม่ชอบหรือหมดใจกะทันหันกับคนที่กำลังคุยๆ กันอยู่?
บางครั้งความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อคุณเห็นอีกฝ่ายทำอะไรแปลกๆ จนรู้สึกช็อตฟีลขึ้นมา อย่างการเคี้ยวอาหารเสียงดัง การทำเสียงหวาน หรือการใช้สรรพนามเรียกกันแบบหวานๆ ที่เร็วเกินไป สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้ความโรแมนติกหายไปได้ในทันทีและมักไม่มีโอกาสได้แก้ตัวเป็นครั้งที่สอง
จากการสำรวจผู้ใหญ่ในสหรัฐอเมริกาจำนวน 4,000 คน ในหัวข้อ ‘The Language of Love’ โดย Casino Guru พบว่าพฤติกรรมการสื่อสารบางอย่าง แทนที่จะดูน่ารักน่าเอ็นดู กลับทำลายความรู้สึกดีๆ และแรงดึงดูดไปเสียอย่างนั้น ลองมาดูกันดีกว่าว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้างที่ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกช็อตฟีล
- การทำเสียงสอง หรือ Baby voice 66% การจงใจทำเสียงเล็กเสียงน้อยหรือพูดเหมือนเด็ก บางคนอาจมองว่าน่ารัก แต่สำหรับอีกหลายคนมันกลับให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนกำลัง ‘แสดง’ มากกว่าเป็นตัวเอง
- การพิมพ์แบบผิดๆ ถูกๆ ไวยากรณ์พัง 43% การพิมพ์สะกดผิดบ่อยๆ ใช้คำผิดความหมาย หรือเรียบเรียงประโยคจนอ่านไม่รู้เรื่อง แทนที่จะได้โฟกัสกับบทสนทนา กลับต้องมานั่ง ‘ถอดรหัส’ ว่าอีกฝ่ายจะสื่ออะไร
- รีบตั้งชื่อเล่นหรือใช้สรรพนามเรียกแฟนเร็วเกินไป 37% การถูกเรียกว่า ‘ที่รัก’ หรือ ‘เบบี๋’ ตั้งแต่ยังไม่รู้จักกันดีพอ ทำให้หลายคนรู้สึกว่าความสัมพันธ์ถูกเร่งสปีดโดยไม่ทันตั้งตัว จนความหวานก็อาจกลายเป็นความอึดอัดแทน
- หยอกแรงหรือประชดประชันเก่งเกินเบอร์ 36% มุกแซวหรือการหยอกล้ออาจสร้างสีสันได้ แต่ถ้าแรงเกินไป หรือมีการประชดประชันแฝงอยู่ตลอดเวลา มันอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนถูกลดทอนคุณค่ามากกว่าเป็นเพียงมุกตลก
- การตอบเหมือนอ่านตามสคริปต์ตลอดเวลา 29% การตอบที่ดูเหมือนเตรียมคำตอบไว้ตลอด ทำให้บทสนทนาดูไร้ชีวิตชีวา เหมือนกำลังคุยกับแชตบอตมากกว่ามนุษย์
- ใช้คำสแลงหรือตัวย่อเยอะเกินเหตุ 28% แม้คำสแลงจะช่วยให้บทสนทนาดูเป็นกันเอง แต่ถ้าใช้มากเกินไปหรือไม่เหมาะกับบริบท อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าไม่จริงจัง หรือการพิมพ์ตัวย่อรัวๆ จนอ่านยาก ก็อาจกลายเป็นกำแพงในการสื่อสารโดยไม่รู้ตัว
มาดูเหล่าท็อป 5 สรรพนามหรือชื่อเล่นเรียกแฟนที่คนโหวตกันว่า ‘น่ายี้’ มากที่สุด
- Daddy 21% คำนี้ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งแบบไม่ต้องลุ้น สำหรับบางคนอาจมองเป็นคำเซ็กซี่ แต่สำหรับอีกหลายคนกลับรู้สึกว่าน่ากระอักกระอ่วน โดยเฉพาะถ้าใช้เร็วเกินไปในความสัมพันธ์ เพราะมันพ่วงความหมายเรื่องบทบาทและอำนาจที่ไม่ใช่ทุกคนจะโอเค
- Boo boo 19% ฟังดูน่ารักก็จริง แต่หลายคนมองว่าเด็กเกินไปหรือหวานเลี่ยนเกินเหตุ หากยังไม่สนิทกันมากพอ การเรียกแบบนี้อาจทำให้รู้สึกเหมือนถูกบังคับให้เข้าสู่โหมดคู่รักทันที
- Boo 16% แม้จะฮิตในเพลงและโซเชียล แต่พอมาอยู่ในชีวิตจริง บางคนกลับรู้สึกว่ามันไม่เป็นธรรมชาติ หรือดูพยายามเกินไป โดยเฉพาะถ้าอีกฝ่ายใช้แบบติดปากตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นคุยกัน
- Baby 14% คำคลาสสิกที่อยู่คู่ความรักมานาน แต่ถ้าเรียกเร็วเกินไป มันกลับให้ความรู้สึกเป็นการเร่งรัดความสัมพันธ์ และอาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่สบายใจมากกว่า
- Bae 12% คำสั้นๆ ที่เกิดขึ้นในอินเทอร์เน็ต แม้จะดูน่ารักในแคปชัน แต่ในบทสนทนาจริง บางคนกลับรู้สึกว่ามันดูไม่จริงจัง หรือเหมือนหยิบมาจากเทรนด์มากกว่าความรู้สึกจริง
ภาษาอาจมีพลังมากกว่าที่เราคิด คำเพียงคำเดียวสามารถเปลี่ยนอารมณ์ของบทสนทนาได้ทันที ความโรแมนติกจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำหวานเพียงอย่างเดียว เพราะฉะนั้นบางคำที่คนอาจโหวตกันว่าดูน่ายี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้นเสมอไป หากแต่อยู่ที่ความเข้าใจจังหวะและความสบายใจของทั้งสองฝ่าย
อ้างอิง:
- The 5 Most Annoying Pet Names, Ranked by How Fast They Make You Cringe https://n9.cl/4qj9h