สเปนเตรียมสร้าง ‘ฟาร์มปลาหมึกยักษ์’ แห่งแรกของโลก ท่ามกลางความกังวลนักสิทธิสัตว์และพ่อครัว
‘ปลาหมึกยักษ์’ ไม่ใช่อาหารที่มีรสชาติอะไรมากมาย แต่อีกด้านหนึ่ง ความไม่มีรสของมันก็สามารถนำไปสู่อาหารได้สารพัด ทุกวันนี้ชาติที่นิยมอาหารทะเลอย่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สเปน และอิตาลีก็ต้องนำเข้าปลาหมึกยักษ์อย่างมหาศาลเพื่อการบริโภค ซึ่งความต้องการก็มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย เพราะในรอบสิบปีที่ผ่านมา คนนิยามบริโภคปลาหมึกยักษ์มากกว่าเดิมถึงเกือบเท่าตัว
แน่นอน เราอาจมองกว่าการบริโภคปลาหมึกยักษ์กันเยอะน่าจะมาจากการที่คนหันมาห่วงใยสุขภาพมากขึ้น (ปลาหมึกยักษ์แทบไม่มีไขมันอิ่มตัว ที่การบริโภคมากๆ จะเป็นสาเหตุของโรคกลุ่มหัวใจและหลอดเลือด) หรือเพราะห่วงใยภาวะโลกร้อน (พวกสัตว์ที่ได้จากการประมงถือว่าเป็นอาหารที่ไม่ได้ทำให้โลกร้อนแบบสัตว์ที่เกิดจากภาคการเกษตร) ก็ได้ แต่ความเป็นจริงก็คือ ทุกวันนี้ปลาหมึกยักษ์ในทะเลก็น้อยลงๆ เพราะคนกินพวกมันมากขึ้นๆ
นี่จึงทำให้บริษัทนูวาเปสคาโนวาของแคว้นกาลิเซีย ประเทศสเปน วางแผนจะเปิดฟาร์มปลาหมึกยักษ์แห่งแรกของโลกเพื่อที่จะป้อนปลาหมึกยักษ์เข้าตลาด โดยวางแผนเปิดฟาร์มในปี 2023 และในปี 2026 ก็ตั้งเป้าว่าจะผลิตปลาหมึกยักษ์ได้ถึงปีละ 3 พันตัน
ฟังเหมือนจะดูดี แต่คนก็สงสัยว่าจะทำได้จริงๆ เหรอ?
เพราะประการแรกเลย เป็นที่รู้กันว่าปลาหมึกยักษ์เป็นสัตว์ที่ฉลาดมากๆ มีอารมณ์ความรู้สึก และมีความเครียดได้หากถูกขัง ซึ่งในอดีตมีคนพยายามจะเพาะพันธุ์พวกมันในพื้นที่ปิดนานแล้ว แต่ผลคือบางทีพวกมันก็ถึงกับกินกันเอง หรือทำร้ายตัวเองได้ กล่าวคือ พวกมันไม่ใช่สัตว์ที่จะอยู่ได้ดีใน ‘ที่คุมขัง’
ซึ่งทางบริษัทก็กล่าวว่า จริงๆ ปัญหาพวกนี้แก้ได้หมดถ้าพื้นที่เพาะเลี้ยงใหญ่พอ และอ้างว่าตอนนี้ลองเลี้ยงมา 5 รุ่นแล้ว ก็ไม่มีตัวไหนจะมีพฤติกรรมก้าวร้าวดังที่หลายฝ่ายกังวลกัน ดังนั้นโครงการนี้ก็คงจะดำเนินไปได้ แม้ว่าจะมีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย
อย่างไรก็ดี ฝั่งที่ยังกังขากับ ‘คุณภาพ’ ของปลาหมึกยักษ์กลับเป็นฝ่ายบรรดาร้านอาหารเอง เพราะก็ดังเช่นสัตว์ทุกชนิดที่เคยมีแต่เวอร์ชัน ‘จับมาจากธรรมชาติ’ สัตว์ที่มาจากฟาร์มก็มักจะถูกมองว่ารสชาติด้อยกว่า ซึ่งสำหรับสเปนเอง แคว้นกาลิเซียที่เป็นแหล่งทำฟาร์มที่ว่านี้ก็มีอาหารลือชื่อคือ ปลาหมึกยักษ์กาลิเซีย (ภาษาสเปนจะเรียก pulpo a la gallega) ซึ่งก็คือปลาหมึกยักษ์ที่ต้มให้พอสุกเด้งสู้ฟัน เอามาหั่น โรยเกลือ พริกปาปริก้า ราดน้ำมันมะกอกแล้วเสิร์ฟคู่กับไวน์แดงของแคว้นกาลิเซีย
จะเห็นได้ว่าการทำอาหารที่ใช้เครื่องปรุงน้อยแบบนี้ รสชาติพื้นฐานของวัตถุดิบจะมีผลมากๆ จึงทำให้พวกร้านอาหารกังขาว่าจะใช้ปลาหมึกยักษ์จากฟาร์มดีหรือไม่ เพราะด้วยสามัญสำนึกทั่วไป เนื้อมันไม่น่าจะเด้งสู้ฟันเท่าปลาหมึกยักษ์ที่จับมาจากธรรมชาติได้ (ในทำนองเดียวกับพวกไก่จากฟาร์มก็มีรสสัมผัสคนละเรื่องกับ ‘ไก่บ้าน’)
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ฟาร์มปลาหมึกยักษ์ก็คงจะเดินหน้าต่อไป และในอนาคตอันใกล้ เหล่านักกินก็คงจะถกเถียงกันว่ารสชาติของปลาหมึกยักษ์จากฟาร์มนี่มันใช้ได้หรือไม่ อย่างไร และข้อถกเถียงก็คงจะมีไปอีกยาวนาน เพราะทุกวันนี้ผู้มีความละเมียดทางอาหารจำนวนไม่น้อยก็ยังปฏิเสธการกินแซลมอนที่ผลิตมาจากฟาร์มที่นอร์เวย์หรือชิลี แต่นิยมแซลมอนที่ตกมาจากธรรมชาติแถบอลาสกามากกว่า
อ้างอิง
- Reuters. World’s first octopus farm stirs ethical debate. https://reut.rs/3JgRmYr
- Futurism. Critics Horrified by World’s First Octopus Farm. https://bit.ly/3IgvU4o