8 Min

‘ล้ม ลุก และลุยใหม่’ กว่าจะเป็นองค์กรอย่างเงินติดล้อ

8 Min
1557 Views
02 Feb 2023

พอพูดถึงองค์กรที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อย่าง ‘เงินติดล้อ’ เรามักจะนึกถึงภาพของความสำเร็จและนวัตกรรมที่สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับวงการไฟแนนซ์ แต่ทราบหรือไม่ว่าเบื้องหลังการสร้างองค์กรของเงินติดล้อ ก็ผ่านช่วงเวลาล้มลุกคลุกคลาน เพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และเริ่มต้นใหม่มามากพอสมควร ซึ่งทั้งหมดก็ทำเพื่อสร้าง‘วัฒนธรรมองค์กร’ ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ทำไมเงินติดล้อถึงมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจัง แล้วมันคืออะไร ส่งผลมากแค่ไหน เราจะสร้างวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างไรบ้าง

วันนี้ BrandThink เลยชวนคุณตี้-กาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้อำนวยการอาวุโสทีม People Learn & Culture จาก บมจ. เงินติดล้อ มาร่วมแชร์มุมมองและประสบการณ์ที่เรียกได้ว่าล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ เจ็บมาเยอะ เรียนรู้มาเยอะก็ว่าได้ จากประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง มาดูกันว่าสำหรับเงินติดล้อ ‘วัฒนธรรมองค์กร’ มันจะทรงพลังแค่ไหนในมุมของพวกเขา เราจะมาร่วมหาคำตอบไปด้วยกัน

Ngern Tid Lor Company-01

“เพราะทุกองค์กรต้องมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เราจึงต้องคอยพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายๆ คนเห็นว่าเงินติดล้อมักจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ เราใช้จุดแข็งของเราด้านเทคโนโลยี เพื่อผลักดันทั้งองค์กรให้ไปถึง Digital Transformation ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ผ่านการบริการที่จริงใจของพนักงาน และนี่คือปลายทางที่ทุกคนมองหา แต่ย้อนกลับมาชวนคิดครับว่า ถ้าระหว่างทางคนในองค์กรไม่เชื่อว่าพวกเขาสามารถสร้างและส่งต่อโอกาสให้กับผู้คนในสังคมได้ หรือไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถคิดและทำสิ่งใหม่ๆ ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนเจ้านายดุด่าเวลาล้มเหลว คุณคิดว่าพวกเขาจะมีแรงคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไร ดังนั้นถ้าจะพูดถึงการ Transform องค์กร ‘คน’ จึงเป็นเรื่องผู้บริหารของเงินติดล้อให้ความสำคัญมาก และ Secret Sauce ของเรื่องนี้คือ Corporate Culture”

โดยในประเด็นแรกเลย เราชวนคุณตี้คุยในคำถามที่สุดเบสิก แต่ก็เป็นหนึ่งในคำถามที่สุดหินกันก่อนครับว่า จริงๆ แล้ว ‘วัฒนธรรมองค์กร’ มันหมายถึงอะไรกันแน่? เพราะเป็นคำที่เราได้ยินกันเป็นประจำ แต่ก็อาจจะไม่เข้าใจถึงความหมายของมันจริงๆ สักที

“หลายคนอาจจะมองวัฒนธรรมองค์กรเป็นเครื่องมือ หรือเป็นแนวทางการใช้ชีวิตในการทำงาน ก็ใช่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับมุมมอง สำหรับผมคำว่าวัฒนธรรมองค์กร เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเชื่อและความรู้สึกเข้าไปสัมผัส เรามักคิดว่าวัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติของคนในองค์กร ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่งขึ้น แต่จริงๆ แล้ววัฒนธรรมที่ทุกคนตั้งใจออกแบบร่วมกันนี่แหละจะ สามารถทำให้พนักงานทุกคนเห็นภาพและทิศทางขององค์กรที่ชัดเจนที่สุด และสำหรับวัฒนธรรมของเงินติดล้อ ผมมองว่ามันเป็นองค์ประกอบของความเชื่อ ของค่านิยมที่แสดงออกมา อาจจะจับต้องยากแต่เราสามารถรู้สึกได้ ซึ่งมันส่งผลอย่างมากต่อบรรยากาศในองค์กร และแน่นอนว่าบรรยากาศแบบไหนที่ส่งผลต่อความสุขและคุณภาพการทำงานทุกคนคงเข้าใจได้ดี และเราก็สามารถเลือกที่จะออกแบบมันขึ้นมาเองได้ วัฒนธรรมองค์กรของเงินติดล้อ จึงเป็นผลจากการออกแบบอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แบบที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ (Culture by design, not by default)”

ทำไมผู้ให้บริการทางด้านสินเชื่อทะเบียนรถชั้นนำอย่าง เงินติดล้อ ถึงมองว่าวัฒนธรรมสำคัญขนาดนี้

“แม้ว่าเงินติดล้อจะเป็นธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมการเงิน แต่เราเชื่อว่า ‘Every Business is People Business’ ถ้าเราดูแลคนของเราให้เข้าใจเจตนาที่แท้จริงขององค์กร เปลี่ยนการทำงานทุกๆ วันของพวกเขาให้มีความสุขและมีคุณค่า คนเหล่านี้นี่แหละจะกลายเป็นแรงสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า ดังนั้นผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘วัฒนธรรมองค์กร’ มีส่วนสำคัญต่อทิศทางขององค์กรและความคิดและความเชื่อของพนักงานมากกว่า 7,000 คน และแม้ว่าที่ผ่านมาจะมี Disruption มากมายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 หรือ Digital Disruption และปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาและบังคับให้พวกเราต้องปรับตัว ตอนนั้นผมมองว่าบางเรื่องนี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่พวกเราก็ทำให้เป็นไปได้ ผมว่านี่ก็เป็นบทพิสูจน์แล้วว่า Corporate Culture ของเรามันได้ผล”

เงินติดล้อเริ่มต้นสร้างวัฒนธรรมองค์กรเมื่อไหร่?

“จุดเริ่มต้นมาจากการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ (Rebrand) ในปี 2559 ซึ่งนอกจากจะปรับโลโก้ ปรับรูปลักษณ์ภายนอกเช่น ป้ายหน้าสาขา เรายังต้องการที่จะปรับจากด้านใน คือ พนักงานของเรา โดยเราเริ่มจากการสร้างค่านิยมโดยอาศัยเอเจนซีมาช่วยออกแบบ ได้ออกมาเป็นค่านิยมที่เป็นคำคล้องจอง สวยงาม และมีท่าเต้นด้วยนะ (หัวเราะ) พอเริ่มใช้ค่านิยมชุดนี้มาสักพัก เราเริ่มสังเกตว่าแม้พนักงานเราท่องจำได้ แต่พอเราสอบถามความเข้าใจผลปรากฏว่าแปลความหมายกันไปคนละทิศละทาง ถาม 100 คน ก็ได้ 100 ความหมาย เราเลยรู้สึกว่าแบบนี้มันไม่เวิร์ค เอเจนซีเขาไม่ได้ผิดนะ จริงๆ เขามีกระบวนการคิด ที่มาที่ไปที่ดีมากกว่าจะออกมาเป็นค่านิยมชุดนี้ แต่การที่จะทำให้ทุกคนในองค์กรเข้าใจค่านิยมได้จริงๆ เราต้องยอมรับว่าค่านิยมมันไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามของคำ แต่เป็นเรื่องของการใช้ได้จริง และถ้าเวลาผ่านไปแล้วมันเกิดไม่เวิร์ค เราก็แค่ยอมรับมัน เรียนรู้จากมัน แล้วลุยใหม่”

ลองผิดลองถูก เพื่อค้นหาสิ่งที่ใช่และเหมาะสมกับชาวเงินติดล้อ

“เรามุ่งมั่นศึกษาอย่างจริงจัง หนึ่งในตัวอย่างที่ดี คือหนังสือ ‘Delivering Happiness’ ของ Tony Hsieh อดีต CEO ของ Zappos เราอยากเรียนรู้มากจึงได้ส่งคนไปเรียนกับต้นฉบับถึงอเมริกา เพื่อเรียนรู้วิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรจากเขาอย่างจริงจัง กลับมาเราก็ลองผิดลองถูก ปรับเปลี่ยนจนได้ออกมาเป็นค่านิยม 7 ข้อที่ทุกคนอ่านแล้วเข้าใจได้ทันที ไม่ต้องตีความ และแรงบันดาลใจจากหนังสือ Start with WHY ของ Simon Sinek ที่ทำให้เราค้นพบเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจ (Purpose) ที่สามารถเชื่อมโยง Personal Value เข้ากับ Company Value ได้ ทำให้การตื่นมาทำงานทุกวันของชาวเงินติดล้อมีความหมายต่อตัวเองและบริษัท และสิ่งที่พวกเราตกผลึกได้จาก Best Practice ทั้งหลายคือ Product, Process, และ System สามารถลอกเลียนกันได้ แต่วัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องที่ลอกกันไม่ได้ อยากมีต้องสร้างเอง ซึ่งต้องใช้เวลา และข่าวร้ายคือมันไม่มีสูตรสำเร็จครับ เงินติดล้อเองก็ใช้เวลาในการค้นหา ลองผิดลองถูก Workshop ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นนานเป็นปีเลยเหมือนกันครับ”

Ngern Tid Lor Company-02-card mascot

Secret Sauce ที่ทำให้ภาพที่คิดไว้เป็นจริงขึ้นมาได้

“บางองค์กรอาจจะมองว่าเรื่องนี้เป็นโจทย์ที่ HR ต้องคิดกลยุทธ์และสื่อสาร แต่ที่เงินติดล้อมองว่าวัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องของทุกคน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวกันจากคนหลากหลายฝ่าย และตั้งชื่อทีมว่า ‘Culture Gangster’ ซึ่งต้องใช้คำว่ามาด้วยใจล้วนๆ เพราะไม่ได้มี KPI หรือ Incentive อะไรเป็นพิเศษ หนำซ้ำหลายๆ งาน ยังเป็นงานที่นอกเหนือจากงาน BAU ที่ทำอยู่ แต่คนในกลุ่มคือคนที่มี Passion และต้องการมีส่วนร่วมในการออกแบบวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับของเงินติดล้อ โดยมีทีมผู้บริหารเป็นผู้ให้คำแนะนำและสนับสนุนสุดแรง”

ลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยใจ ทำแล้วเวิร์คเลยไหม

“แม้จะพัฒนาจนมั่นใจแล้ว สื่อสารบ่อยๆ ก็แล้ว แต่พอเอาเข้าจริง ผลสำรวจพนักงานทั้งบริษัทในครั้งแรกมีคนที่เข้าใจเรื่องค่านิยมจริงๆ แค่ 6 เปอร์เซ็นต์ ทีมงานถึงกับทรุดเลย เรายิ่งต้องเข้าใจองค์ประกอบต่างๆ มากขึ้น จนค้นพบว่ามันไม่มีหรอกวิธีการที่เป็นสูตรสำเร็จแบบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ทำไปแล้วจะเข้าใจกันทั้งบริษัทเลย แต่หัวใจคือการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง มี Change Agent หรือที่เงินติดล้อเราเรียกว่า Culture Hero ที่เข้มแข็ง และสอดแทรกวัฒนธรรมองค์กรไปอยู่ในทุกจุดของ Employee Experience คือจุดเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกที่พนักงานเข้ามาเจอเรา ทุกโมเมนต์ที่เขาอยู่กับเรา จนถึงวันสุดท้ายที่เขาออกไป แล้วประเมินผลเป็นระยะๆ ผ่านทั้ง Survey และ Gamification สนุกๆ ที่เราออกแบบเองเพื่อสามารถวัดอุณหภูมิการทำงานร่วมกัน เราสามารถนำผลลัพธ์มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกิจกรรมและการสื่อสารเราให้ดียิ่งขึ้น จนเปอร์เซ็นต์มันก็เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ จากเลขตัวเดียวก็กลายเป็นเลขสองหลัก จนปัจจุบันมาปีนี้ที่มันเพิ่มขึ้นมาถึง 95 เปอร์เซ็นต์แล้ว”

วัฒนธรรมองค์กรเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่บางทีผู้บริหารก็ยังไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก ในขณะที่คนรุ่นใหม่อาจมองว่าเป็นเพียงคำพูดที่สวยหรู

“ผมมองว่ามันขึ้นอยู่กับ Priority ของแต่ละองค์กรในช่วงเวลานั้นมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ผมเคารพในทุกความคิดเห็นนะครับ และจากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารหรือทีมงานที่เกี่ยวข้องตอนมาเยี่ยมบ้านเงินติดล้อ เราพบว่าใจหนึ่งผู้บริหารก็ต้องการสร้างมันนะ แต่ก็มาพร้อมกับคำถามว่า ทำแล้วส่งผลกับธุรกิจอย่างไร? วัดผลได้ไหม วัดอย่างไร? ซึ่งจริงๆ แล้ว สำหรับผม คำตอบน่าจะพิสูจน์ได้ชัดเจนมาก จากองค์กรระดับโลกมากมาย เช่น Starbucks, Apple, Netflix, Microsoft, Amazon ที่บอกว่าพวกเขาต่างก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยการมีวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรง

ส่วนคนทำงานไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหม่ๆ หรือรุ่นใหญ่ ผมคิดว่าหนึ่งในปัจจัยของการเลือกองค์กรคือเรื่องของรายได้และสวัสดิการที่ดี แต่ผลตอบแทนไม่ใช่ไม้ตายสำหรับพวกเขาอีกต่อไป เขามองหาโอกาสการเรียนรู้และเจริญเติบโตไปกับองค์กร บรรยากาศการทำงานที่สบายใจ พื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้เขาแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ และมากไปกว่านั้นคือความเชื่อและวิสัยทัศน์ขององค์กรและความรู้สึกมีคุณค่าในงานเป็นสิ่งที่สำคัญต่อพวกเขามากพอกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราพยายามออกแบบและสร้างมันขึ้นมา ไม่จำเป็นต้องเป็นคำสวยหรู แต่องค์กรต้องทำให้ Purpose มันจับต้องได้ เช่น เมื่อพนักงานเข้าใจว่าการทำงานในทุกวันของเขาสามารถช่วยแก้ปัญหาและช่วยให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้น มันจะทำให้พวกเขารับรู้ถึงความหมายของคุณค่าการทำงานได้จริงๆ”

จากภายในสู่ภายนอก เมื่อเงินติดล้อเปิดบ้านให้มาเยี่ยมชมองค์กร

“ตอนแรกเราไม่ได้คิดว่าเราจะเปิดกว้างขนาดนี้ เรามีคนมาขอเยี่ยมชมบริษัทอยู่ตลอด และทยอยมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ และไหนๆ เงินติดล้อก็เป็นบริษัทที่ชอบทำอะไรสนุก บ้าๆ บอๆ อยู่แล้ว เราก็เลยตั้งใจจะทำกิจกรรมนี้ให้จริงจังไปเลย โดยในทุกเดือนเราจะมี 1 วัน ที่จะเปิดบ้านต้อนรับแบ่งปันประสบการณ์การสร้างวัฒนธรรมองค์กร และเยี่ยมชมบรรยากาศการทำงานที่เงินติดล้อ และเมื่อเกิดคำชักชวนกันปากต่อปากไปเรื่อยๆ จนเริ่มมีบริษัทติดต่อเข้ามาเยอะขึ้น แถมยังมีฟีดแบกจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมบอกว่าเวลา 3 ชั่วโมงนั้นน้อยเกินไป เราเลยคิดหาวิธีที่จะทำอย่างไรที่ยังคงกิจกรรมการส่งต่อความรู้นี้ไว้ และทำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ประโยชน์สูงสุดอีกด้วย และนี่จึงเป็นที่มาของกิจกรรม TIDLOR Culture Camp

Ngern Tid Lor Company-03Ngern Tid Lor Company-04Ngern Tid Lor Company-05Ngern Tid Lor Company-06

TIDLOR Culture Camp จะมีอะไรบ้าง?

“บอกก่อนนะครับว่าเราจัดไม่บ่อย และสำหรับ TIDLOR Culture Camp ที่กำลังจะถึงนี้ เราจะจัดทั้งหมด 2.5 วัน โดยสองวันแรกจะเป็นเวิร์กชอป ที่รับรองว่าไม่ใช่การนั่งฟังทฤษฎีจากหนังสือซ้ำๆ วนๆ แน่นอน แต่ผ่านกิจกรรมที่เข้าใจง่าย เน้นการลงมือสร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างละเอียด ทีละขั้นตอน เรียกว่าจับมือกันทำเลยทีเดียว และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องเป็น HR เพียงอย่างเดียว จะมีพื้นฐานหรือไม่มีพื้นฐานก็สามารถเข้าใจได้ และเราเชื่อว่าเมื่อจบกิจกรรมนี้ องค์กรต่างๆ จะสามารถนำความรู้ไปต่อยอดและปรับใช้ได้จริง และที่พิเศษสุดๆ ก็คือ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะมีโอกาสได้ Q&A กับคุณหนุ่ม-ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ของเงินติดล้อ ซึ่งเป็นผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาคนเป็นอย่างมาก

ส่วนวันที่สาม ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับเชิญเข้าร่วมงานประชุมผู้นำเงินติดล้อ (NTL Leadership Meeting) เพื่อสัมผัสประสบการณ์การใช้วัฒนธรรมองค์กรขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน
พออ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายท่านน่าจะได้รู้จักเรื่องราวใหม่ๆ และมุมมองที่แตกต่างจากเงินติดล้อกันไปพอสมควรแล้ว แต่เราขอบอกเลยว่าบทสัมภาษณ์นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีแนวคิดและแนวทางปฏิบัติอีกมากมายที่ทางทีมเตรียมไว้เป็นอย่างดีเพื่อส่งต่อให้ทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรม

Ngern Tid Lor Company-07

โดยถ้าคุณเชื่อเหมือนกันว่า วัฒนธรรมองค์กรเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนธุรกิจ ทำให้พนักงานมีความสุขและเดินหน้าไปทิศทางเดียวกันได้ BrandThink ก็อยากเชิญชวนทุกคนให้ลองเข้ามาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันในกิจกรรม TIDLOR Culture Camp ที่เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ โดยงานจะจัดขึ้นวันที่ 28 ก.พ., 1 มี.ค. และ 3 มี.ค. 2566 นี้ อย่าลืมรีบเข้าไปสมัครกันได้ที่ www.tidlor.com/academy หรือโทร 02-792-1990 แล้วยังไงผมเชื่อว่าชาวเงินติดล้อและ Culture Gangster จะรอต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้ม แล้วพบกันในวันงานที่จะถึงนี้นะครับ”