3 Min

“ถอดบทเรียนความสําเร็จ Metaverse X Fandom Marketing จาก CP”

3 Min
1863 Views
29 Apr 2022

Fan Meet Party ที่มีคนร่วมงานมากที่สุดในโลกบน Metaverse เปิดรอบแรก 15 นาที ลงทะเบียน 1,500 คน และทั้งหมด 3,000 คน ถูกจองหมดภายในวันแรก #CPBolognaMewTaverseParty
อันดับ 1 ในไทย เวียดนาม สิงคโปร์ และขึ้นอันดับ 3 WorldwideTrend 

#จํานวน1.5ล้านครั้งหลังงานเริ่ม 30 นาที 

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น กับ ‘โบโลน่าพริก CP’ จากการเชื่อมโยง IMC Campaign ให้ มาจบบน Metaverse Event ด้วยพลังของ Fandom Marketing! 

การออกแบบประสบการณ์ยังเป็นเรื่องสําคัญของการทํา Marketing Campaign 

เเม้จะอยู่ท่ามกลางกระแส Metaverse แต่ต้องนึกถึงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายก่อน การวางแผนการตลาดที่ครอบคลุมในพื้นที่ Offline ให้เกิด Visibility คือเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม Campaign นี้ เริ่มต้นจากการใช้งาน OOH Media รวมกับหนังโฆษณาในออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ 

เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับสายปาร์ตี้ ว่าโบโลน่าพริก เหมาะกับเครื่องดื่มเย็นๆ มากที่สุด กับ key message “สายดื่มต้องมี…CP โบโลน่าพริก”

เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับสายปาร์ตี้ ว่าโบโลน่าพริก เหมาะกับเครื่องดื่มเย็นๆ มากที่สุด กับ key message “สายดื่มต้องมี…CP โบโลน่าพริก”ก่อนจะกระตุ้นยอดขายไปยังกลุ่มเป้าหมาย ที่ชื่นชอบปาร์ตี้และติดตาม Presenter มิว ศุภศิษฏ์

Fandom ไม่ใช่การตลาดแต่คือความสัมพันธ์

นอกเหนือจากการเลือก Presenter ที่มีฐานแฟนคลับที่แข็งแรงแล้ว การสร้างความสัมพันธ์กับแฟนๆ คือเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่ง CP เองก็มีการทําแคมเปญในลักษณะนี้มาหลายครั้งจนมีความเชี่ยวชาญ ในการทํางานบน Twitter ที่ไม่ใช่การทําการตลาด ไมใช่การยัดเยียดโฆษณา แต่คือการให้รายละเอียดที่แฟนๆ อยากรู้ ช่วยแก้ปัญหา ตอบคําถามกิจกรรมให้กระจ่างและรับฟังความต้องการของแฟนๆ เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่จะ Influence ให้แคมเปญมีกระแสตอบรับที่ดี ก็คือแฟนๆ ที่สนับสนุน 

Gamification ให้เกิดการติดตาม 

ตั้งแต่การคิดกิจกรรม การเเบ่ง Tier ของผู้สนับสนุน นํา Mechanic แบบ Fan Meet มาใช้ในโลก ออนไลน์ไปจนถึงการออกแบบ Metaverse Space ให้แยกเป็น Zone โดย Customize Map ขึ้น มาให้ใหม่ทั้งหมด เป็นโลก “Mew Taverse” ที่ออกแบบมาสําหรับประสบการณ์พิเศษของแฟนคลับ มิว ศุภศิษฏ์ จะได้เข้ามารวมงานแบบ Exclusive จริงๆแบบที่ไม่เหมือนใครในโลก รวมถึงFree Pass พิเศษ 2,000 ที่นั่ง เท่านั้นที่จะเข้ามารวมปาร์ตี้ใกล้ชิดในโลก Metaverse ปิดท้ายด้วย Mini Concert จาก Guest ที่คาด ไม่ถึงอย่าง นนท์ ธนนท์ซึ่ง Yell Advertising เอเจนซี่ที่ดูแลเเคมเปญนี้และทํางานรวมกับ CP มาอย่างยาวนานก็ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทําใหแบรนด์สามารถรับมือกับความซับซ้อนของการ Integrate Campaign ทั้ง Offline Online ไปจนถึง Metaverse ผ่านไปได้อย่างราบรื่น

 Metaverse มีไว้ใช้ไม่ใช่ไว้โชว์ 

ทางแบรนด์มองการทํา Metaverse Event เป็นจุด Highlight สุดท้ายเพื่อให้เกิดกระแสของแคมเปญในออนไลน์ ไม่ได้ยัดเยียดหรือบังคับให้คนเข้าไปในโลกเสมือนจริงตั้งแต่ต้น จากการวิเคราะห์แล้วว่าในปัจจุบันแม้ว่าคนจะให้ความสนใจในเทคโนโลยีใหม่ แต่การใช้งานยังไม่ถึงกับเป็น Mass Adoption ดังนั้นการนํามาทําเป็น Event พิเศษ จึงเหมาะสมกับปัจจุบันมากกว่า โดยเฉพาะ Verse ที่เลือกใช้ก็ใช้ Gather.Town ที่เป็น 2DMetaverse ที่ใช้ทรัพยากรในการทํางานของ Device น้อยกว่า Verse ที่เป็น 3D เพื่อให้แฟนๆ ที่เข้ามาจํานวนหลักพัน จนถึงหมื่น ได้รับประสบการณ์วัน Party ที่ดี แม้ว่าจะใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ปกติทั่วไป โดยที่ไม่เกิดปัญหาแบตหมด เครื่องร้อน หรือติดขัดจากการใช้งานของ User จํานวนมาก 

อนาคตของ Metaverse กับการตลาดจะเป็นอย่างไร? 

หลายๆ แบรนด์ยังคงมองหาโอกาสในการทํา Campaign หรือมองไปถึงการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ Time Sharing ในชีวิตของ Consumer แต่อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ Technology อย่างรู้จักความเหมาะสม เหมือนกับ Campaign CP โบโลน่าพริก ที่นํามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การรับรู้แบรนด์ของผู้บริโภคก็เป็นทางหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว 

ถ้าใครสนใจอยากเข้าไปดูที่จริง เข้าไปทัวร์ Metaverse กันได้เลย
https://app.gather.town/app/oWYh5jUwuxjbaW8u/CPBolognaMewTaverseFan01