3 Min

‘แตกต่างไม่แตกแยก’ กับงานฉายภาพยนตร์ ‘Limbic Release Part I’ ที่ชวนเราตั้งคำถามระหว่างชุดความคิดที่ต่างกันสุดขั้ว

3 Min
485 Views
27 Apr 2022

เชื่อว่าทุกวันนี้ถ้าเรารู้สึกเจ็บป่วย สิ่งแรกที่เราจะทำก็คือการไปหาหมอ ซึ่งเป็นการรักษาตามหลักวิทยาศาสตร์ที่เป็นที่ยอมรับระดับสากลทั่วโลกว่ามีความน่าเชื่อถือ 

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ยังคงมีกลุ่มคนที่ยังเชื่อถือเรื่องเหนือธรรมชาติ และการบูชาเทพเจ้า เขาเหล่านั้นมองว่าอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น สามารถหายได้ด้วยการร้องขอกับสิ่งศักดิสิทธิ์ 

โดยวันนี้ BrandThink ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ‘เทมป์’-กฤตภัทธ์ ฐานสันโดษ ผู้ดำเนินรายการที่จะพาทุกคนไปรู้จักกับงานฉายภาพยนตร์และการเสวนา ภายใต้ชื่องาน ‘Limbic Release Part I’ ว่าภายในงานนี้มีความน่าสนใจอย่างไร

Limbic Release Part I จัดขึ้นในวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ณ ห้องโถงกิจกรรม ชั้น 2 หอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการศิลปะที่ชื่อว่า ‘Shadow Dancing: Where Can We Find a Silver Lining in Challenging Times?’ เกิดจากความร่วมมือระหว่างหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน กับพิพิธภัณฑ์ฮงกาที่เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน

“เราทำงานเป็นหมอ และในชีวิตการทำงานเราก็มักจะเจอกับความเชื่อของคน การนับถือผีที่มันยังคงมีอยู่ในสังคมไทย ซึ่งมันเป็นอะไรที่ไม่ถูกยอมรับในการแพทย์สมัยใหม่” เทมป์กล่าว 

ความสนใจในเรื่องความเชื่อของคนที่ยังคงมีอยู่ในยุคปัจจุบัน ที่พัฒนาการทางการแพทย์มีการเจริญเติบโตเป็นอย่างมาก ทำให้เขาได้เลือกสรรภาพยนตร์มาทั้งหมด 4 เรื่อง เพื่อชวนทุกคนมาตั้งคำถามเกี่ยวกับการเผชิญกันของ 2 ชุดความคิด 

เริ่มด้วยภาพยนตร์เรื่องแรก ‘Water without a Source’ โดย LIANG Ting-Yu ศิลปินชาวจีนฮักกาที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน เธอจะพาเราไปในหมู่บ้านชาวจีนฮักกา ทางตอนเหนือของเกาะไต้หวัน ที่ก่อนหน้านี้มันเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวพื้นเมืองที่มีการบูชาจีนมาก่อน และถูกฆ่าล้างพื้นที่จากชาวจีนฮักกาที่อพยพมา ภารกิจของเธอคือการสำรวจความทรงจำ ด้วยวิธีการ ‘เข้าทรง’ เพื่อสอบสวนเทพเจ้าแห่งผืนดินกับเหตุการณ์สังหารหมู่ชนพื้นเมือง

ถัดมาเราจะได้ชมภาพยนตร์เรื่อง ‘32Km – 60 Years’ โดย Laha Mebow ศิลปินชนพื้นเมืองที่ไต้หวัน ที่จะพาเราไปรู้จักกับ ‘วิลัง’ ชายวัย 80 ปี และพาเราไปสำรวจความทรงจำ ในสมัยที่เจียง ไคเชกเรืองอำนาจ เกี่ยวกับหมู่บ้านชนพื้นเมืองที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้นานกว่า 70 ปี จนแทบจะไม่เหลือถนนหนทาง ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของวิลังมาก่อน

ภาพยนตร์เรื่องที่สามคือ ‘เงาสูญสิ้นแสง’ โดย กฤษดา นาคะเกตุ เป็นภาพยนตร์ที่จะพาเราย้อนกลับไปหาความทรงจำในวัยเด็กของคุณแม่ของเขา ที่ถูกปลูกฝังเกี่ยวกับผีคอมมิวนิสต์ผ่านระบบการศึกษา แต่เมื่อเวลาผ่านไป การเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็ได้เปลี่ยนประสบการณ์ทางความคิดเธอ

สุดท้ายคือภาพยนตร์เรื่อง ‘ประกันชีวิต’ โดย นก ปักษานาวิน เราจะได้ร่วมเดินทางไปกับคุณป้าชาวเลบ้านราไว จังหวัดภูเก็ต ไปค้างแรมที่เกาะบอนเพื่อแก้บนหลังจากที่ได้บนบานศาลกล่าวกับผีบรรพบุรุษ ให้เด็ก ๆ หายจากอาการเจ็บป่วย โดยนำเสนอด้วย ‘เสียง’ ที่คุณนก ได้บันทึกเอาไว้ระหว่างเดินทาง นอกจากเราจะได้รับรู้ถึงเสียงที่ไม่ค่อยได้ยินกันเท่าไหร่นัก เรายังได้เห็นถึงความแตกต่าง ระหว่างความเจริญในเมืองหลวง และถิ่นธุรกันดาร

นอกจากนี้เราจะได้พบกับการเสวนาของ ‘คุณชาย’ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา เภสัชกรผู้คลั่งไคล้ในภาพยนตร์ และ ‘คุณนิล’ มารุต เหล็กเพชร แพทย์ประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพรุใน เกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ซึ่งจะพาเราไปพูดคุยเกี่ยวกับการทำงานทางการแพทย์ที่ต้องพบเจอกับเรื่องราวความเชื่อ ทั้งสองคนมีวิธีการจัดการและต่อรองกับความเชื่อคนไข้อย่างไร ในฐานะที่เป็นผู้มีอำนาจทางการแพทย์ 

เทมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เรารู้สึกว่าสิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่ฝังอยู่ และไม่มีวันหายไปไหนจากสังคมได้ เราอยากสร้างพื้นที่ของการปะทะกัน ระหว่างสองความคิดนี้

โปรแกรมฉายภาพยนตร์ดังกล่าว จะชวนเราไปย้อนรอยเรื่องราวในประวัติศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อความศรัทธาของคนในท้องถิ่น และกลับมาเปรียบเทียบกับเรื่องราวในปัจจุบัน พร้อมชวนพวกเราตั้งคำถามเพื่อทบทวนว่า เราจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรภายในสังคมร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยความคิดความเชื่อหลากหลายรูปแบบที่มีความแตกต่างกันมาก โดยนำเสนอผ่านการปะทะกันของความคิดทางการแพทย์ และความเชื่อพื้นเมือง

สำหรับคนไหนที่พลาดงานข้างต้น สามารถรับชมบรรยากาศวิดีโอการเสวนาย้อนหลังได้ทาง: (https://bit.ly/3LnCWqx) และไม่ต้องรู้สึกเสียดายไป เพราะงานภาพยนตร์นี้ยังมีภาคต่อ กับ ‘Limbic Release Part II’ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21 พฤษภาคม 2565 ที่ Lido Connect 

โดยภายในงาน ‘Limbic Release Part II’ จะมีการฉายภาพยนตร์ยาวเรื่อง ‘Bodo (1993)’ ที่จะพาเราไปทบทวนความขัดแย้ง การปะทะกันของความคิด ผ่านพื้นที่ ‘ความฝัน’ ของนายทหารคนหนึ่ง 

หลังจากนั้นเราจะไปพูดคุยเสวนากับวิทยากรทั้งสองท่าน ได้แก่  คุณรณฤทธิ์ มณีพันธุ์ บัณฑิตจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ผู้มีความสนใจในการศึกษาความทรงจำและประวัติศาสตร์บาดแผลผ่านวรรณกรรมไต้หวัน และคุณปวีณวัช ทองประสพ บัณฑิตจากคณะนิติศาสตร์ ผู้มีความสนใจในวรรณกรรมชนพื้นเมืองและกฏหมายสิ่งแวดล้อม ที่จะมาพูดคุยเกี่ยวกับมิติของชนพื้นเมืองผ่านวรรณกรรม และระบบยุติธรรมในปัจจุบัน 

นอกจากนี้ ในช่วงของการเสวนา วิทยากรทั้ง 2 คนจะพาเราพูดคุย เชื่อมโยงความคล้ายคลึงที่น่าประหลาดใจของเนื้อเรื่อง ระหว่างภาพยนตร์ ‘Bodo’ กับ ‘รักที่ขอนแก่น’ ถึงแม้ว่าจะเกิดในช่วงเวลาที่ต่างกัน

อย่างไรก็ดี หากใครที่ไม่อยากจะพลาดแม้แต่รายละเอียดของงานนี้ เทมป์ยังแอบกระซิบกับเรามาว่า มีบทความวิเคราะห์ภาพยนตร์ที่จะพาเราไปดำดิ่งกับเรื่องราวประวัติศาสตร์บาดแผลภายในเรื่องราวของภาพยนตร์ทั้ง 2 เรื่อง กับบทความ ตื่นเพื่อที่จะฝัน: การตั้งคำถามกับท้องฟ้าและปมอิดิปัสใน BODO [1993] และ รักที่ขอนแก่น [2015] ได้ทางเว็บไซต์ FilmClub: https://bit.ly/3v2vETg