“ซื่อสัตย์กับตัวเอง” คุยกับอาร์ม ชลสิทธิ์ นักลำดับภาพมือรางวัล กับการทำงานที่ควรสนุก และมีความสุขปนอยู่ในความเครียด

3 Min
617 Views
09 Sep 2021

Select Paragraph To Read

  • จุดเริ่มต้นในการทำงาน
  • สิ่งที่ให้ความสำคัญกับการทำงาน
  • ความยากที่สุดของงาน
  • สิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบในการทำงาน
  • คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จเเล้วหรือยัง เเล้วคิดว่าความสำเร็จคืออะไร
  • การตัดต่อลำดับภาพมันมีมุมมองที่เอามาเปรียบกับชีวิตได้ไหม
  • แล้วความสุขของการทำงานมันอยู่ที่ตรงไหน

ชวนคุยกับ ‘อาร์ม-ชลสิทธิ์ อุปนิกขิต’ นักตัดต่อ หรือนักลำดับภาพภาพยนตร์ กับมุมมองในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ แม้บางงานนั้นจะต้องอดทนกับความกดดัน ความเครียด แต่ถ้าทำแล้วอิน สนุก และมีความสุข ผลงานจะออกมาดีเอง หรือถ้าคิดว่าไม่สนุก ก็ต้องรู้จักปฏิเสธให้เป็น

ซึ่งที่ผ่านมาเขามีผลงานโดดเด่นมากมาย อีกทั้งกวาดมาหลายรางวัลไม่ว่าจะเป็น Marry is happy, ฟรีเเลนซ์ ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ, แฟนเดย์, ฉลาดเกมส์โกง, พรจากฟ้า หรือ มะลิลา อีกทั้งโปรเจกต์ล่าสุดอย่าง บุพเพสันนิวาส 2

จุดเริ่มต้นในการทำงาน

รู้จักพี่เต๋อ นวพลจากคลาสเรียนของอาจารย์เต้ ที่สอนเกี่ยวกับการกำกับภาพยนตร์ ซึ่งเขาเชิญพี่เต๋อมาพูด เราชอบหนังสั้นพี่เต๋อมาก สมัยนั้นเขาทำเเล้วรู้สึกว่ามันเเตกต่าง และเห็นอารมณ์ขันของเขา รู้สึกถูกใจหนังสั้นเขา เเล้วก็เหมือนตอนนั้นเขาหาคนตัดงานเลยได้ไปช่วยพี่เต๋อทำ

แล้วพอพี่เต๋อมาทำฟรีเเลนซ์ต่อ เราก็ได้ทำอะไรเยอะเหมือนกัน หรือการที่ได้รู้จัก GDH อย่างพี่บาสเองก็จะมาจากทางโฆษณา เออก็คือมันเป็นคู่กัน อย่างตอนนั้นเราก็ตัดโฆษณาไปด้วย บอกกันไปบอกกันมา มันก็ได้ทำนู่นทำนี่ รู้จักคนนู้นคนนี้ ซึ่งช่วงนั้นก็ทำโฆษณา เเต่ช่วงนี้ไม่ได้ทำ เพราะว่าช่วงนี้ยุ่งมาก ตัดหนังก็เหนื่อยเเล้ว

สิ่งที่ให้ความสำคัญกับการทำงาน

ถ้าพูดจริงๆ ภาพยนตร์ มีความโหดร้ายตรงที่คนดูเขาเห็นเเค่ผลลัพธ์ หมายถึงว่าไม่ว่าคุณจะทำงานมายากลำบากเเค่ไหน กองถ่ายจะป่วน จะเหนื่อยสุดๆ หรือเราจะขายเบื้องหลังจริงๆ คนก็ดูเเต่หนัง ผ่านไปสามสิบปีคนก็ลืมเบื้องหลังหมดเเล้ว

สุดท้ายภาพที่ออกมาบนจอมันต้องดีที่สุด หลังๆ มาเราโฟกัสตรงนี้ว่า กระบวนการมันก็สำคัญ เเต่ว่าแบบผลลัพธ์มันสำคัญกว่าในหนัง

ความยากที่สุดของงาน

จริงๆ มันพื้นฐานมากเลย ความยากมันคือทำออกมาให้มันดี บางทีไม่รู้ด้วยนะว่าดีคืออะไร ทำๆ ไปด้วยความเเบบละเมอ เเบบทำๆ ไปเเล้วก็เออมันดีปะวะ ก็ไม่รู้เหมือนกัน เต่ก็เอาความชอบของเราดีกว่า สุดท้ายเเล้วมนุษย์ก็ไม่เหมือนกัน เราชอบเขาอาจจะไม่ชอบก็ได้ ดีของเขาก็อาจจะไม่ดีของเราอะไรเงี้ย

มันคิดได้หลากหลายมากๆ ทำเเล้วอย่าดูถูกคนดูก็พอ เราคราฟต์งานให้แบบอันนี้คือที่สุดที่เราทำได้ ณ โมเมนต์นี้เเล้ว มันจะดีที่สุดดีน้อยดีมากก็เเล้วเเต่เขาจะวัด เเต่อย่างน้อยเราไม่ได้ทำส่งๆ ละกัน

สิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบในการทำงาน

เอาไม่ชอบก่อนดีกว่า ไม่ชอบเวลาตัดหนังกับผู้กำกับ มันจะมีความเหมือนเวลาจะต้องนัดกัน เช่น เเบบว่าบางคนเขาก็มีเวลาของเขา มันจะมีความหวังว่ามันจะเสร็จอยู่ตลอดเวลานึกออกปะ และมันจะหงุดหงิดมาก เราว่าผู้กำกับก็เป็น แบบทำเเล้วมันไม่เวิร์คสักที บางครั้งทำจนมั่นใจเเล้วเเม่งเวิร์กเเน่ เเล้วก็ดูเเม่งไม่ได้วะเหมือนเดิม

ส่วนถ้าชอบก็จะชอบตอนหนังฉายที่สุด ชอบตอนมีความเหมือนฟินกับตัวเองอยู่ จริงๆ ชอบตอนฉายรอบ press ที่สุด เออ เพราะว่า มันเหมือนว่าทุกคนพร้อมจะมาดูหนังเรื่องนี้ เลยเเบบมันจะดีใจมากเลย ทุกคนจะตลกมุก ทุกคนจะอิน อะไรเงี้ย เเต่มันมีความรู้สึกว่าเหมือนเล่นเกมเเล้วเราใช้สูตรนิดนึง

คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จเเล้วหรือยัง เเล้วคิดว่าความสำเร็จคืออะไร

เราว่ามันอยู่ที่เรามองความสำเร็จเเบบไหน ถ้าเรามองเป็นงานๆ ก็ประสบความสำเร็จหลายรอบเเล้ว หมายถึงงานนี้มันเสร็จเเล้วได้ฉายมันก็ถือว่าสำเร็จแล้วล่ะมั้งสำหรับเรา เเต่ถ้ามองในเเง่ว่าไม่รู้ว่าความสำเร็จคืออะไร หมายถึงในชีวิตได้ทำทุกอย่างเเล้วมันก็อาจจะยังไม่ใช่

สำหรับเรารู้สึกว่าพอถึงจุดหนึ่งที่เราได้ทำสิ่งที่อยากทำเราอาจจะมีคำถามนั้นอยู่ จนรู้สึกว่าเออพอเเค่นี้แหละ

การตัดต่อลำดับภาพมันมีมุมมองที่เอามาเปรียบกับชีวิตได้ไหม

เราว่ามันสอนหลายอย่างเหมือนกัน อย่างเช่น เเต่ก่อนคิดเเบบนี้มันไม่ได้ พอมาทำจริงมันได้เว้ย ในชีวิตมันอาจจะคิดว่ามันก็พูดเเล้วดูซ้ำซาก เเต่เราลองไปดูมันอาจจะเวิร์กก็ได้

บางสิ่งบางอย่างมันไม่ได้มีเเค่มุมเดียวอ่ะ เออไม่ได้มีทางเดียวมันอาจจะมีหลายทางให้เราทำก็ได้ มันอาจจะไม่ต้องไปทางนี้มันอาจจะอ้อมหน่อย เเต่ถึงเหมือนกัน ไม่ถึงตอนนี้มันอาจจะถึงในอนาคตก็ได้

แล้วความสุขของการทำงานมันอยู่ที่ตรงไหน

มันเป็นเรื่องหนังด้วยส่วนหนึ่ง กับเรามองว่ามันเป็นเรื่องกระบวนการด้วยส่วนหนึ่ง เช่น เราทำกับใคร แฮปปี้กับการทำไหม บางทีเหมือนผลลัพธ์เเม่งเวิร์กเเต่เราไม่แฮปปี้กับการทำเลย สำหรับเรามันก็ไม่มีความสุข เพราะอยู่กับมันเเบบสามสี่เดือน

อย่างน้อยเราควรต้องถอยมานิดนึง นอกจากเราจะโฟกัสกับงาน ก็ต้องโฟกัสเป็นเวลา เพราะงั้นเเสดงว่าเราควรจะซื่อสัตย์กับตัวเองเว้ย หมายถึงว่าถ้าคิดเเล้วว่าเราอาจจะไม่มีความสุขกับการทำอันนี้ อาจจะต้องหัดปฏิเสธบ้าง หรืออาจจะต้องหาทางไปบอกเขาดีๆ

อย่างไรก็ดีเรื่องราวบทสนทนาของเขา นับว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของสายอาชีพเบื้องหลังที่ใครหลายๆ คนอาจจะมองว่าทำงานง่าย ไม่ยาก แต่แท้จริงแล้วก็ต้องฝ่าฟันกับปัญหาต่างๆ มากกว่าที่เราคิด ทั้งความคิด หรือความรู้สึก ของตัวเอง และคนรอบข้าง

ทั้งนี้สำหรับตัวผู้เขียนเองเชื่อว่าการทำงานที่อยู่บนพื้นฐานของความชอบ ความสนใจ อีกทั้งเวลาเราทำสิ่งใดแล้วรู้สึกมีความสุข ไม่ว่าจะต้องเจอกับความเหนื่อย หรือยากลำบากแค่ไหน ก็ยังคงอยากทำมันต่อไปอยู่ดี

สามารถรับชมเรื่องราวความสำเร็จที่บางครั้งเป็นเหมือนกับดักของ อาร์ม ชลสิทธิ์ นักตัดต่อมือรางวัล แบบเต็มๆ ได้ที่: https://bit.ly/3zu0DY9