นักโบราณคดีงานเข้า โลกร้อน-น้ำแข็งละลาย พบวัตถุโบราณมากขึ้นจนอาจดูแลไม่ทัน

3 Min
373 Views
24 Jan 2021

Select Paragraph To Read

  • ปี 2020 อดีตที่ถูกเผยภายในน้ำแข็ง
  • การจัดเก็บอดีตที่ต้องแข่งกับเวลา
  • โบราณสถานที่เสื่อมทรุดเพราะโลกร้อน
  • โลกร้อนกำลังทำลายวัตถุทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อเอ่ยถึง “โลกร้อน” ย่อมมีคำว่า “น้ำแข็งละลาย” ตามติดมาเหมือนดังเงา

สองสิ่งนี้เป็นความสัมพันธ์ที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ บนโลกของเราในอนาคต

การค้นพบซากกระดูกมนุษย์โบราณที่สวิสเซอร์แลนด์ | Sophie Providoli

เมื่อน้ำแข็งละลายกระแสน้ำในทะเลก็จะเปลี่ยนไป ส่งผลต่อชีวิตสัตว์น้ำ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำที่อาจท่วมทับแผ่นดินบางแห่งให้จมหายไปจากแผนที่

แต่ขณะเดียวกัน การที่น้ำแข็งละลายกลับทำให้มนุษยชาติในปัจจุบันพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย จากสิ่งที่ถูกน้ำแข็งฝังกลบเอาไว้นมนาน

ที่ผ่านมา เราค้นพบมัมมี่เพศชายบนเทือกเขาแอลป์ เครื่องมือการล่าสัตว์ของมนุษย์ยุค 4,000 ปีก่อน หลักฐานการใช้ชีวิตและต้นกำเนิดของเส้นทางสายไหม

ไปจนถึงซากศพจากเหตุการณ์การโยกย้ายถิ่นในอดีตจากภาวะขาดแคลนอาหาร และนำไปสู่การฆาตกรรมหมู่เพื่อปล้นสะดมปัจจัยยังชีพ

การค้นพบเหล่านี้อาจช่วยตอบคำถามได้ว่า ในอดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างไร เราเป็นใคร มาจากไหน ใช่ว่าเดินเท้ามาจากเทือกเขาอัลไตหรือไม่

ปี 2020 อดีตที่ถูกเผยภายในน้ำแข็ง

ในปี 2020 นี้ น้ำแข็งยังคงละลายอย่างต่อเนื่องและมากขึ้น ทั้งขั้วโลกเหนือและใต้ และเขตภูเขาน้ำแข็งอื่นๆ ทำให้มีการค้นพบข้าวของเครื่องใช้อีกมาก

เช่น อาวุธของชาวไวกิ้ง ลูกธนูสำหรับล่ากวางจำนวนมากในรูปร่างที่แตกต่างออกไป ชิ้นส่วนเครื่องใช้ที่บ่งบอกถึงการเดินทางของมนุษย์บนเทือกเขาแอลป์ในอดีต

นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานทางชีววิทยาที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง เช่น ซากฟอสซิลพืช ที่บ่งบอกว่าทวีปแอนตาร์กติกาเคยเป็นป่ามาก่อน ซากหมีถ้ำดึกดำบรรพ์อายุกว่า 2 หมื่นปีที่ยังสมบูรณ์ ไปจนถึงเชื้อไวรัสที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนในสารบบโรค

การค้นพบสิ่งเหล่านี้ นอกจากพาเราย้อนเวลากลับไปรู้จักอดีตแล้ว ส่วนหนึ่งยังนำไปสู่เรื่องการศึกษาคุณสมบัติของน้ำแข็งในฐานะไทม์แคปซูลแบบธรรมชาติ ที่อาจต่อยอดในไปยังงานวิจัยอื่นๆ ได้อีกมาก

และยังเป็นใบเบิกทางให้นักโบราณคดี หันมาสนใจการศึกษาแบบเฉพาะทาง ที่เกี่ยวข้องกับธารน้ำแข็งมากขึ้น

การค้นพบอาวุธโบราณของชาวไวกิ้ง | CNN

การจัดเก็บอดีตที่ต้องแข่งกับเวลา

แน่นอนว่าการค้นพบข้าวของเครื่องใช้ หรือแม้แต่หลักฐานต่างๆ ของอดีตกาลอาจเป็นเรื่องดีในมุมหนึ่ง

แต่ในอีกแง่ มันหมายถึงการทำงานของนักโบราณคดีที่ต้องแข่งกับเวลามากขึ้น สวนทางกับความยากของการเข้าถึงพื้นที่ ทั้งเรื่องการเดินทาง สภาพอากาศ

แม้ตอนนี้เราจะพอวิเคราะห์ได้ระดับหนึ่งว่าเมื่อน้ำแข็งในที่ต่างๆ ละลาย ย่อมต้องพบเจออะไรอยู่ข้างใต้แน่ๆ แต่ก็ไม่อาจเจาะจงสถานที่หรือสิ่งที่พบได้แน่ชัดนัก และการค้นพบหลายๆ ครั้งในอดีต ก็เป็นเหตุบังเอิญเสียด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกัน เมื่อข้าวของที่เคยถูกแช่แข็งไว้ในอุณหภูมิแบบหนึ่ง เมื่อโผล่พ้นออกมาเจออากาศอีกแบบ ก็อาจมีผลต่อความสึกหรอ หากปล่อยให้การศึกษาและจัดเก็บเป็นไปอย่างช้าไป

ไม่นับว่า พวกของชิ้นเล็กชิ้นน้อยอาจถูกกระแสน้ำพัดพาประวัติศาสตร์ไปจมอยู่ใต้มหาสมุทร หายลับ ไม่อาจรู้จักกันตลอดกาล

ภูเขาน้ำแข็งคูบู เทือกเขาหิมาลัย ที่กำลังละลาย | G.K. Majestic Trek

โบราณสถานที่เสื่อมทรุดเพราะโลกร้อน

นอกจากต้องปกป้องข้าวของอารยธรรมโบราณแล้ว การดูแล “สิ่งที่มีอยู่” ก็เป็นเรื่องชวนปวดเศียรเวียนเกล้าไม่น้อยไปกว่ากัน

การละลายของน้ำแข็ง การเพิ่มของระดับน้ำทะเล ส่งผลให้โบราณสถานและแหล่งมรดกโลกหลายแห่งประสบภาวะเสี่ยง เช่น บางส่วนของนครเวนิชจะถูกน้ำท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ โบราณสถานในภูฏานอาจโดนสึนามิจากเขาถล่ม

หรือในทางตรง โดยตัวของมรดกโลกที่มีรูปลักษณ์เป็นธารน้ำแข็งในตัวมันเอง อาจถึงจุดจบเร็วขึ้น เช่น ธารน้ำแข็งอาเล็ทช์ ในเทือกเขาแอลป์ แห่งสวิตเซอร์แลนด์, ธารน้ำแข็งคุมบูในเทือกเขาหิมาลัย และ Jakobshavn Isbrae ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดของกรีนแลนด์

หรือในที่ไกลๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องก็อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป ทำให้ความชื้นในดินลดลง ส่งผลต่อการทรุดตัวของฐานที่ตั้งโบราณสถาน

เรื่องเหล่านี้มีตัวอย่างเกิดขึ้นมาแล้ว อย่างการย้ายประภาคาร Cape Hatteras (สหรัฐอเมริกา) เพราะชายฝั่งถูกกัดเซาะ ต้องเสียค่าใช้จ่ายไป 11.8 ล้านดอลลาร์

ประภาคาร Cape Hatteras | Southern Living

โลกร้อนกำลังทำลายวัตถุทางประวัติศาสตร์ของมนุษย์

ในเวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ปัญหาเรื่องโลกร้อนถูกหยิบยกขึ้นมาพูดเสมอ โดยเฉพาะประเด็นที่กระทบต่อประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ทั้งด้านสิ่งของและวัฒนธรรม

ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน และควรจัดทำรายชื่อสถานที่มรดกโลกที่ได้รับเสียหายจากโลกร้อนขึ้นใหม่ เพื่อประเมินผลกระทบแบบเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น คงพอสรุปอย่างย่นย่อได้ว่า โลกร้อนไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่ปัจจุบันหรืออนาคตเท่านั้น

แต่ยังรวมถึงอดีตกาลอีกด้วย

อ้างอิง:

  • Science Alert. ‘An Archaeological Emergency’: Artifacts Are Emerging From Melting Alpine Glaciers. http://bit.ly/3p6MJpg
  • National Geographic. 6,000 years of arrows emerge from melting Norwegian ice patch. http://on.natgeo.com/3hbmCuO
  • World Economic Forum. Why preserving cultural landmarks in a warming climate may mean transforming them. http://bit.ly/3pj0Xnj