3 Min

‘ฝน 300 ปี’ หมายความว่าอย่างไร? เจาะเหตุผลทำไม ‘หาดใหญ่’ ถึงรับศึกหนัก

3 Min
61 Views
26 Nov 2025

จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ จากฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่วัดปริมาณน้ำฝนเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ได้ 335 มม. ซึ่งถูกระบุว่าเป็นปริมาณฝนตกหนักในรอบ 300 ปี และในขณะนี้ปริมาณฝนสะสม 5 วัน (21-25 พ.ย.) พุ่งสูงแตะระดับ 881 มม. และในบางจุดของ จังหวัดสงขลา วัดปริมาณฝน 24 ชั่วโมง ล่าสุดได้ถึง 538 มม. ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์ 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ชวนให้ตั้งคำถามว่า ‘ฝน 300 ปี’ แท้จริงแล้วคืออะไร? เรามีข้อมูลย้อนหลังไปไกลขนาดนั้นเชียวหรือ? BrandThink ขอพาทุกคนไปทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้พร้อมกัน

‘ฝน 300 ปี’ เป็นคำเรียกตามหลักสถิติอุทกวิทยา หมายถึงปริมาณฝนที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก (ประมาณ 1 ครั้งในรอบ 300 ปี) ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 300 ปีก่อน แต่สะท้อนว่าปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ครั้งนี้อยู่ในระดับรุนแรงและผิดปกติมากกว่าค่าเฉลี่ยหลายเท่าตัว

ฝน 300 ปี จึงไม่ได้หมายความตายตัวว่า ทุก 300 ปี จะต้องเกิดฝนตกหนักเช่นนี้แน่นอน ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ก็เหมือนกับเกมจับลูกเต๋า 1 ใน 300 ลูก เราจะมีโอกาสจับโดนลูกเต๋าสีแดงที่มีอยู่แค่ลูกเดียว คิดเป็น 1/300 หรือร้อยละ 0.33 นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม นทางทฤษฎี แม้จะเจอเหตุการณ์ฝนตกหนักสุดในรอบ 300 ปีไปแล้ว ก็อาจพบซ้ำได้อีกในปีถัดไป แม้โอกาสจะน้อยมากก็ตาม 

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ก็เป็นปัจจัยทำให้ปรากฏการณ์ธรรมชาติผันผวนมากขึ้น วัฏจักรน้ำก็รุนแรงขึ้นด้วยเช่นกัน จนความน่าจะเป็นที่จะเกิดฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์เช่นที่หาดใหญ่ อาจไม่ใช่ 1/300 อีกต่อไป

สำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา กรมชลประทาน อธิบายว่า ระบบระบายน้ำในเขตเมืองส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับฝนในรอบ 2-5 ปี หรือคลองระบายน้ำหลักอาจรับได้ที่รอบ 20-50 ปี แต่เมื่อต้องเผชิญกับฝน 300 ปี ที่มีความรุนแรงเกินขีดความสามารถในการระบาย มวลน้ำจึงเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

บวกกับปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของหาดใหญ่ยังเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำลาดลงสู่ทะเลสาบสงขลา ทำให้น้ำไหลลงมารวมกันได้ง่าย หากเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนน้ำจะระบายลงได้ยาก

ไม่ว่าจะเป็นมวลน้ำจากอู่ตะเภาซึ่งเป็นคลองสายหลักยาว 116 กม. ไหลมาจาก อ.สะเดา ผ่าน อ.หาดใหญ่ และยังมีคลอง ร.1 หรือคลองภูมินาถดำริ ซึ่งเป็นคลองโครงการบรรเทาอุทกภัย สร้างขึ้นจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นโครงการผันน้ำจากคลองอู่ตะเภาและน้ำที่ไหลมาท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว

ขณะที่น้ำที่ไหลลงมาจากเขาคอหงส์ อ.นาหม่อม และ อ.จะนะ จะไหลลงสู่คลองหวะ ด้านทิศตะวันออก ซึ่งไหลต่อลงสู่คลองอู่ตะเภา นอกจากนี้ยังมีน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขานครศรีธรรมราชไหลลงสู่คลองต่ำและไหลไปลงคลองอู่ตะเภาเช่นกัน 

มวลน้ำมหาศาลทั้งหมดนี้ ล้วนไหลมารวมกันที่ ‘คลองอู่ตะเภา’ เส้นเลือดใหญ่ที่ผ่ากลางเมืองหาดใหญ่ การระบายน้ำออกจึงทำได้ยากลำบาก โดยเฉพาะในช่วงที่น้ำทะเลในทะเลสาบสงขลาหนุนสูง ทำให้อำเภอหาดใหญ่ต้องรับศึกหนักจากทุกด้านดังที่เห็น

ประกอบกับเป็นช่วงสภาวะลานีญา ที่เพิ่มความชื้นในอากาศมากกว่าปกติ จึงทำให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และทำให้ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ของภาคใต้ 

กรม​อุตุนิยม​วิทยา​คาด​การณ์​ว่า​ วันนี้และพรุ่งนี้ (25 และ 26 พ.ย.) ​จะยังคงมีฝนต่อเนื่อง​ แต่ปริมาณ​ฝนไม่มากเท่าสัปดาห์​ที่ผ่านมา​ หลัง​วันที่​ 26​ พฤศจิกายน​ ฝนจะลดลง​ หากไม่มี​ฝนตก​หนัก​ในลุ่มน้ำ​อู่ตะเภา​ ระดับ​น้ำในเทศบาล​นคร​หาดใหญ่​จะเข้าสู่​ระดับ​ตลิ่ง​ใน​วันที่​ 27 พ.ย. นี้ เมื่อ​ระดับ​น้ำ​เข้า​สู่ลำน้ำ​ จะสามารถ​นำเครื่องสูบน้ำ​ติดตั้งริมลำน้ำและคลองระบายน้ำ​ต่าง​ๆ​ ได้​ ซึ่ง​เตรียม​ไว้แล้ว​ พร้อมติดตั้ง​ทันที​ที่​น้ำลดลงเท่าระดับ​ตลิ่ง​ เพื่อ​ใช้​สูบน้ำที่ท่วม​ขัง​ออก​ โดยคาดว่า​สถานการณ์​จะ​เข้า​สู่ภาวะ​ปกติภาย​ใน​ 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม BrandThink ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกคน และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว

อ้างอิง: