2 Min

“ก็มาดิคร้าบ” ชายดื่มเบียร์คืนละ 1 ลัง ติดกัน 4 วัน 4 คืน ผลคือแฮงก์ยาวไป 1 เดือน

2 Min
803 Views
23 Jan 2023

ทุกวันนี้ทั้งการเมาและการแฮงก์ก็ยังเป็นสิ่งที่ไม่ชัดเจนในทางวิทยาศาสตร์นัก เหตุหนึ่งก็เพราะเหล้าหรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า เอทานอล (Ethanol) คือ ยา/สารพิษ ที่มนุษย์คุ้นเคยมายาวนานที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งพิษของมันอยู่ในระดับถึงตายได้หากเสพเกินขนาด แต่มนุษย์ก็ใช้มันเพื่อเมามาช้านาน

แต่ระดับการเสพเอทานอลถึงแก่ชีวิตนั้นมันไม่ได้เกิดง่ายดาย ต้องเสพเยอะมากจริงๆ แต่โดยค่าเฉลี่ยระดับการเสพเอทานอลเกินพอดีจะทำให้มนุษย์ปวดหัวได้จริงๆ ในทางกายภาพ ซึ่งโดยทั่วไปเราก็จะรู้จักกันในนามว่าอาการแฮงก์

ซึ่งการแฮงก์คืออะไรในทางปฏิบัติ? การแฮงก์คือส่วนหนึ่งของอาการไม่พึงประสงค์ของร่างกาย ในกระบวนการของร่างกายในการกำจัดเอทานอลออก หรือพูดง่ายๆ คือผลลัพธ์ของการดื่มเหล้า ที่เกิดหลังช่วงเวลาการดื่ม เพราะผลลัพธ์ใดๆ ที่เกิดตอนดื่มเหล้า เราจะนับมันเป็นความเมาไม่ใช่การแฮงก์

และไอ้การปวดหัวไปจนถึงปวดตา รู้สึกเบลอ นี่ก็คลาสสิกมากๆ ที่นักดื่มทุกคนก็คงรู้ว่าแม้มันจะทรมาน แต่มันจะผ่านไป โดยแม้ว่าเราแก่ตัวลงมันจะผ่านไปช้าลง แบบเคยแฮงก์วันเดียว ก็มาแฮงก์ 2-3 วันแทนได้ แต่มันก็จะผ่านไป ซึ่งที่แฮงก์นานขึ้น คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ก็ชัดว่า เพราะตับเราที่ทำหน้าที่กำจัดเอทานอลทำงานได้แย่ลงตามวัยที่มากขึ้น การกำจัดเอทานอลในระบบทำได้ช้าลง มันก็แฮงก์นานขึ้น เป็นปกติ

แต่แฮงก์นานเท่าไรถึงผิดปกติ? หรือให้ตรงคือ เท่าที่มีการบันทึกเอาไว้ มนุษย์นั้นแฮงก์ได้นานขนาดไหน?’

คำตอบคือ มีบันทึกทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่ามนุษย์สามารถแฮงก์ยาวๆ ได้อย่างต่ำ 1 เดือน!

โดยเรื่องนี้ได้รับการบันทึกในวารสารทางการแพทย์ตัวท็อปอย่าง The Lancet โดยเรื่องราวมันมาจากเดือนตุลาคมปี 2006 ที่ชายวัย 37 ปีไปหาหมอด้วยอาการปวดหัวปวดตาแบบไม่ทราบสาเหตุ

หมองงมากจากผลการตรวจ เพราะไม่พบการติดเชื้อใดๆ พวกสัญญาณชีพต่างๆ ก็ปกติหมด ซึ่งก็แน่นอน ชายผู้นี้ก็กินยาแก้ปวดมาทุกขนานแล้วไม่หาย เลยมาหาหมอ

หลังจากสอบประวัติแบบละเอียด หมอพบว่า 1 เดือนก่อนหน้า ชายผู้นี้มีวิกฤตครอบครัวส่งผลให้เขาดื่มเบียร์ติดกัน 4 วัน 4 คืน รวมๆ แล้ว 60 ไพนต์ หรือประมาณ 34 ลิตร ซึ่งถ้าคิดเป็นปริมาณเบียร์ขวดใหญ่บ้านเราคือประมาณ 55 ขวด หรือพูดอีกแบบคือชายผู้นี้ดื่มเบียร์ไปในปริมาณ 1 ลังกว่าๆ ต่อวัน ติดกันต่อเนื่อง 4 วัน

แน่นอน ผลเบื้องต้นคือแฮงก์ตามปกติ ก็อาเจียนอะไรไป แต่ปัญหาที่ตามมาคืออาการปวดหัวต่อเนื่องยาวมาเป็นเดือน จนเขาไม่ได้คิดว่ามันเป็นผลจากการดื่มเบียร์ เลยไม่ได้บอกหมอแต่แรก

ครั้นเมื่อหมอจับทำ CT Scan สมอง จึงพบว่ามีร่องรอยการโจมตีสมองของระบบภูมิคุ้มกันตัวเอง คือมันมีแรงดันมากกว่าปกติ เลยตรวจเลือดต่อ แล้วก็เลยยิ่งชัดว่าผลเลือดของเขานั้นเต็มไปด้วยสารต้านการแข็งตัวของเลือด ซึ่งนั่นคือสัญญาณว่าร่างกายกำลังมองว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่และพยายามกำจัด และพอสารพวกนี้ไปกองแถวสมองเยอะๆ มันเลยทำให้เกิดการปวดหัวแบบไม่หยุดหย่อน

สุดท้ายหมอรักษาด้วยการให้ยาเพื่อสร้างสมดุลให้กับการแข็งตัวของเลือดกันยาวๆ ไปเกินครึ่งปี และในเดือนกรกฎาคม 2007 ชายเคราะห์ร้ายผู้นี้ก็หายปวดหัวอย่างเป็นปลิดทิ้งในที่สุด

กรณีที่เกิดขึ้นนี้ แน่นอนมันพิสูจน์ว่าผลของการดื่มเหล้าเบียร์หนักๆ ระดับแฮงก์มันอาจค้างเป็นเดือนได้ถ้าหนักจริง และถ้ามันไปทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายรวนไปด้วยแล้ว ผลมันก็อาจจะยาวกว่านั้น ก็ต้องรักษาอะไรกันไปให้ระบบภูมิคุ้มกันมันกลับมาทำงานปกติ

แต่ก็นั่นเอง ถ้าดูต้นตอของปัญหาชายเคราะห์ร้ายผู้นี้ก็ไม่ใช่คนติดเหล้าอะไร แต่ก็เป็นชายวัยกลางคนที่ต้องเผชิญวิกฤตครอบครัวบางอย่างที่น่าจะแก้ไขไม่ได้ จนสุดท้ายต้องพึ่งเหล้าเบียร์เพื่อให้รู้สึกว่าปัญหามันดูเบาบางลง และทำให้ชีวิตมันพอจะดำเนินต่อไปไหว

ซึ่งก็ดูจะเป็นเหตุผลคลาสสิกที่ทำให้คนเราดื่มหนักๆ มาช้านานโดยเฉพาะผู้ชาย

อ้างอิง