เด็ก Gen Z ไม่สู้งานจริง หรือแค่ให้ความสำคัญกับ ‘Work-Life Balance’ เพราะการทำงานหนักสวนทางกับค่าตอบแทน
“เด็กสมัยนี้ไม่สู้งาน”
มักเป็นประโยคที่ดังขึ้นทุกครั้งที่มีบทสนทนาเกี่ยวกับโลกการทำงาน แล้วกลุ่มคนที่มักถูกกล่าวถึงซ้ำๆ ก็คือ ‘Gen Z’ วัยทำงานรุ่นใหม่ที่ถูกมองว่าเปลี่ยนงานบ่อย ไม่ตอบแชตนอกเวลางาน และให้ความสำคัญกับชีวิตส่วนตัวมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยจำนวนไม่น้อยชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องของ ‘ทัศนคติส่วนบุคคล’ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลกระทบจากโครงสร้างการทำงานและบริบททางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป
เนื่องจากระบบการทำงานแบบเดิมถูกสร้างภายใต้แนวคิดที่ว่า ความมั่นคงคือรางวัลของความอดทน การทำงานหนักภายใต้กรอบเวลา 8 ชั่วโมงที่มักยืดเยื้อออกไป การพร้อมทำงานนอกเวลาในวันหยุด ถูกทำให้เป็นบรรทัดฐานของ ‘พนักงานที่ดี’ และหากทุ่มเทให้กับงานอย่างต่อเนื่อง ความเหนื่อยล้าจะถูกตอบแทนด้วยการเกษียณอย่างสบายในวันข้างหน้า
แต่เมื่อกลับมามองในบริบทของปัจจุบัน สถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำลงทุกปี งานที่มั่นคงหายากขึ้น ค่าแรงไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากในหลายอุตสาหกรรม รายงานจาก Deloitte ระบุว่า คนทำงานรุ่นใหม่จำนวนมากมองว่าความมั่นคงในอาชีพนั้นลดลง แม้ว่าจะทุ่มเททำงานหนักเพียงใดก็ตาม
ขณะที่ผลสำรวจของ SurveyMonkey ยังพบว่า ความเครียดและภาวะหมดไฟ (Burnout) เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้คนรุ่นใหม่ตัดสินใจเปลี่ยนงานบ่อยกว่าคนรุ่นก่อน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่จัดให้ภาวะหมดไฟเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างและสภาพแวดล้อมของการทำงาน มากกว่าปัญหาส่วนบุคคล
ดังนั้น เมื่อโครงสร้างการทำงานยังคงยึดติดกับรูปแบบเดิม แต่ผลตอบแทนและความมั่นคงไม่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจในปัจจุบัน พฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่จึงเริ่มเปลี่ยนไป และนำไปสู่การตั้งคำถามต่อบรรทัดฐานการทำงานที่ถูกยอมรับมาอย่างยาวนาน
การให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance ในมุมของ Gen Z จึงอาจสะท้อนถึงความพยายามในการกำหนดขอบเขตการทำงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากความเครียดและภาวะหมดไฟในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อการเปลี่ยนแปลงนี้ถูกประเมินผ่านกรอบการทำงานรูปแบบเดิม พฤติกรรมเหล่านี้จึงมักถูกวิพากษ์ไปที่ ‘เจเนอเรชัน’ มากกว่า ‘โครงสร้างการทำงาน’ ที่ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนทำงานในปัจจุบัน
ประเด็นเรื่อง Gen Z กับการทำงานจึงอาจต้องพิจารณาควบคู่ไปกับคำถามว่า ระบบการทำงานที่มีอยู่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมได้เพียงใด
และประเด็นนี้สะท้อนภาพของโลกการทำงานในปัจจุบันอย่างไรสำหรับผู้อ่าน?
อ้างอิง:
- Meet “Gen Zen”: Gen Z Chooses Balance Over Burnout at Work https://shorturl.asia/zcKZ1
- New survey reveals half of Gen Z and Millennial employees report burnout https://shorturl.asia/dVTQt
- Deloitte’s Gen Z and Millennial Survey reveals two generations striving for balance and advocating for change https://shorturl.asia/8LG3W
- Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases https://shorturl.asia/zRqaK