การไม่ทำอะไรเลยมันยากกว่าที่คิด! รู้จักเทรนด์ ‘Rawdogging’ วิธีดีท็อกซ์สมองของ Gen Z ด้วยการนั่งเฉยๆ วันละชั่วโมง
ในยุคที่เราอยู่กับหน้าจอแทบจะตลอดเวลา ดูเหมือนว่าสมาธิของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะชาว Gen Z จะถูกบั่นทอนจนหดสั้นลงเรื่อยๆ และหลายคนยอมรับว่าตนเองมีอาการสมองพัง
และในตอนนี้เอง ชาว Gen Z ฝั่งต่างประเทศกำลังพยายามแก้ไขปัญหานี้ โดยเป็นเทรนด์ใน TikTok ที่ชื่อว่า ‘Rawdogging’ มันคือการจ้องมองไปในอากาศเฉยๆ โดยงดทุกกิจกรรมความบันเทิงหรือสิ่งรบกวนอื่นๆ และห้ามหลับด้วย เพื่อให้ตัวเองได้พักผ่อนในยุคที่ทุกคนต่างจดจ่ออยู่แต่หน้าจอ
ตอนแรกคำนี้เป็นเทรนด์ที่ทำบนเครื่องบินในช่วงปีที่แล้ว ที่เป็นชาเลนจ์นั่งเฉยๆ บนเครื่องบินตลอดการเดินทางหลายชั่วโมง โดยที่ไม่ดูหนัง ไม่ฟังเพลง ไม่กินอาหาร ไม่ดื่มน้ำ และไม่นอนหลับ
แต่หลังจากที่ชาว Gen Z หลายคนรู้สึกว่าสมาธิของตนเองถูกทำลายจากการเสพติด ‘โดพามีน’ (Dopamine hits) ที่ได้จากโซเชียลมีเดียและการแจ้งเตือนต่างๆ ตลอดเวลามากเกินไป จึงนำแนวคิดนี้กลับมาอีกครั้ง โดยเปลี่ยนจากการทำบนเครื่องบิน มาทำในห้องของตัวเองแทน ด้วยการจงใจปล่อยให้ตัวเองเบื่อโดยไม่ทำอะไรเลย แค่นั่งเฉยๆ 1 ชั่วโมง โดยไม่เล่นโทรศัพท์ ไม่ฟังเพลง ไม่ดูทีวี หรืออ่านหนังสือ ซึ่งหลายคนค้นพบว่ามันยากกว่าที่คิด
แล้ววิธีนี้มันได้ผลจริงไหม?
เป้าหมายหลักของเทรนด์นี้ มันคือการฟื้นฟูสมาธิที่สั้นลงจากการถูกกระตุ้นตลอดเวลา ผู้ที่ทดลองทำ เช่น อินฟลูเอนเซอร์ด้าน Productivity คนหนึ่งที่ชื่อ ‘Rowan’ ที่ทดลองทำชาเลนจ์นี้วันละ 1 ชั่วโมงเป็นเวลา 30 วัน บอกว่าเขารู้สึกมีสมาธิมากขึ้น จดจ่อกับงานที่อยู่ตรงหน้าได้ดีขึ้น ไม่รู้สึกกระวนกระวายหรือจำเป็นต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูตลอดเวลา รวมทั้งยังความจำดีขึ้นและมีวินัยมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ เขาไม่กลัวความเบื่ออีกต่อไป
ในขณะที่ผู้ติดตามของเขาหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงติดตลกว่า สมาธิของพวกเขาแย่มาก แม้กระทั่งวิดีโอสรุปไทม์แลปส์ 30 วินาทีของ Rowan พวกเขาก็ยังดูจนจบไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระแสไวรัลลอยๆ แต่ยังได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาด้วย ดร.สเตซีย์ โรเซนเฟลด์ นักจิตวิทยาจากนิวยอร์ก ได้ให้สัมภาษณ์กับ New York Post ว่า “การเรียนรู้ที่จะอดทนต่อความเบื่อหน่ายเป็นทักษะที่สำคัญมาก”
เธอยังบอกอีกว่าความเบื่อไม่ใช่ความว่างเปล่าที่น่ากลัว แต่เป็นโอกาสทองที่สมองจะได้พักจากการประมวลผลข้อมูลที่รวดเร็วและผิวเผิน เพื่อเปลี่ยนไปสู่การประมวลผลที่ช้าลงและลึกซึ้งขึ้น ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูความชัดเจนทางจิตใจ (Mental Clarity) สร้างความอดทน และยังกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย
พูดง่ายๆ ก็คือ เทรนด์นี้คือการที่ Gen Z พยายามดีท็อกซ์สมองจากสิ่งเร้า โดยการยอมรับความเบื่อ เพื่อฟื้นฟูความสามารถในการจดจ่อและมีสมาธิในระยะยาว หรืออาจเรียกง่ายๆ ว่ามันคือการทำสมาธิยุคดิจิทัลในชื่อใหม่นั่นเอง
อ้างอิง:
- ‘Doing nothing was a lot harder than I thought’: Gen Z is now ‘rawdogging’ boredom — here’s why it’s good for them https://shorturl.asia/xQcLt
- The ‘Rawdogging’ Flights Trend, Explained https://shorturl.asia/UbGD3