3 Min

‘Flapper’ กลุ่มสาวเปรี้ยวยุค 1920 ผู้ชื่นชอบกระโปรงสั้น ทาลิปสีแดง เต้นรำในคลับแจ๊ส และใช้ ‘แฟชั่น’ เป็นเครื่องมือสู่อิสรภาพ

3 Min
25 Views
07 Mar 2026

รู้ไหมว่าในอดีตก่อนที่ผู้หญิงจะมีสิทธิ์มีเสียง หรือสามารถแต่งตัวได้ตามใจฉันแบบทุกวันนี้ เคยมีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ชื่อว่า ‘แฟลปเปอร์’ หรือ ‘Flappers’ ที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘สาวเปรี้ยว’ แห่งยุค! และเนื่องในวันนี้คือ ‘วันสตรีสากล’ เราจึงขอพาคุณย้อนกลับไปทำความรู้จักกับเหล่าแฟลปเปอร์ กลุ่มหญิงสาวที่ใช้ ‘แฟชั่น’ เป็นเครื่องมือสู่อิสรภาพ

ขอบอกก่อนว่า ก่อนที่โลกจะรู้จักกับคำว่าแฟลปเปอร์ มาตรฐานความงามของผู้หญิงอเมริกันผูกติดอยู่กับภาพลักษณ์ของ ‘กิบสัน เกิร์ล’ (Gibson Girl) หรือหญิงสาวอ่อนหวานในชุดกระโปรงยาวลากพื้น สวมคอร์เซ็ต และเกล้าผมสูง แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ผู้หญิงจำนวนมากต้องออกจากบ้าน เพื่อทำงานแทนผู้ชายที่ต้องไปรบ และช่วงเวลานี้เอง ที่บรรดาผู้หญิงได้เริ่มสัมผัสกับอิสรภาพและมีอำนาจทางการเงินเป็นของตัวเอง เมื่อสงครามสิ้นสุดลง พวกเธอจึงไม่มีความปรารถนาที่จะกลับไปถูกกักขังในกรอบเดิมอีกต่อไป

สำหรับคำว่าแฟลปเปอร์ ตามประวัติแล้ว ครั้งหนึ่งเคยเป็นสแลงใช้เรียกเด็กสาววัยรุ่นที่ดูเก้งก้าง ก่อนจะได้รับคำนิยามใหม่ ให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของสตรีรุ่นแรกที่เป็นอิสระ โอบรับวิถีชีวิตที่สังคมในขณะนั้นมองว่าน่าไร้ศีลธรรม หรือแม้กระทั่งอันตราย สิ่งที่พวกเธอทำคือการเรียกร้องเสรีภาพ ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และทางเพศผ่านสิ่งที่เรียกว่าแฟชั่น

เหล่าแฟลปเปอร์ในยุค 1920 เลือกที่จะทิ้งสรีระแบบเดิม หันมาสวมชุดเดรสทรงตรง ไร้แขน และคอลึก หรือที่เรียกกันว่าลุค ‘La Garçonne’ (ลุคเด็กผู้ชาย) ที่เน้นความคล่องตัวและไม่รัดทรวดทรง หรืออีกนัยหนึ่งนั้นหมายความว่า ร่างกายของผู้หญิงไม่ได้มีไว้เพื่อถูกรัดให้สวยงาม ตามความคาดหวังของผู้อื่นอีกต่อไป แต่มีไว้เพื่อการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระตามเจตจำนงของพวกเธอเอง

แต่องค์ประกอบที่ทำให้สังคมยุคนนั้นตกใจมากที่สุด ก็คือความยาวของกระโปรงที่สั้นขึ้น จนเผยให้เห็นหน้าแข้งและข้อเท้าเป็นครั้งแรก (โดยสูงสุดถึง 14 นิ้วจากพื้นดินในปี 1926) เพื่อให้พวกเธอสามารถเต้นในแจ๊สคลับได้อย่างเต็มที่ นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ‘ทรงผม’ ยังเป็นสิ่งที่สร้างความน่าตกใจไม่แพ้กัน พวกเธอเลือกตัดผมสั้นระดับคางที่เรียกว่า ‘ทรงบ๊อบ’ และสวมหมวกทรงระฆัง (Cloche hat) ที่ปิดศีรษะ พร้อมแต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอางด้วยลิปสติกและมาสคาราอย่างโดดเด่น

ความน่าสนใจของกลุ่มแฟลปเปอร์นั้นไม่ใช่แค่เรื่องความสนุกสนาน แต่แก่นของมันคือการที่ผู้หญิงเริ่มมี ‘อำนาจการใช้จ่าย’ เป็นของตัวเองเป็นครั้งแรก โดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสามีหรือพ่ออีกต่อไป

เมื่อพฤติกรรมของผู้หญิงเปลี่ยนไป โฆษณาในยุค 1920 นั้นจึงเริ่มเปลี่ยนทิศทางจากการขายแค่ของใช้ในบ้าน ไปสู่การขายสบู่ น้ำหอม เครื่องสำอาง และบุหรี่ แสดงให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์และการใช้จ่ายเพื่อความพึงพอใจของตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอิสรภาพทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ เหล่าแฟลปเปอร์ยังแสดงออกผ่านการดื่มเหล้าในบาร์ลับ การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ และการเปิดกว้างเรื่องกิจกรรมทางเพศ นำมาซึ่งปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงจากสังคมอนุรักษนิยม รัฐต่างๆ พยายามออกกฎหมายเพื่อ ‘หยุด’ ความสั้นของกระโปรง เช่น รัฐยูทาห์ที่พยายามกำหนดความยาวกระโปรงตามกฎหมาย หรือรัฐเวอร์จิเนียที่สั่งห้ามชุดคอลึกจนเห็นลำคอมากเกินไป

ภาพที่ตำรวจคุมตัวหญิงสาวออกจากชายหาด เพียงเพราะชุดว่ายน้ำของพวกเธอ ‘ไม่เหมาะสม’ กลายเป็นภาพชินตาในยุคนั้น แม้แต่กลุ่มนักสิทธิสตรีรุ่นก่อนหน้าเองก็ยังวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหล่าแฟลปเปอร์ กำลังทำลายศีลธรรมและก้าวล้ำเส้นไปสู่ความสำมะเลเทเมา

แต่ไม่ว่าอย่างไร ภาพลักษณ์ของแฟลปเปอร์ก็ยังถูกฉายซ้ำผ่านหน้าจอภาพยนตร์และหน้ากระดาษนิตยสาร จนกลายเป็นอุดมคติใหม่ของคนทั้งโลก แม้แต่การทลายกำแพงเชื้อชาติครั้งสำคัญก็เกิดขึ้นในยุคนี้ เมื่อ แอนนา เมย์ หว่อง (Anna May Wong) ดาราชาวอเมริกันเชื้อสายจีนคนแรก ได้ใช้ภาพลักษณ์แฟลปเปอร์เพื่อเพิ่มเสน่ห์และปลดแอกตัวเองออกจากบทบาท ‘สาวแปลกหน้า’ (Exotic) ที่ฮอลลีวูดมักยัดเยียดให้

นอกจากนี้ก็ยังมี โลอิส ลอง (Lois Long) นักเขียนเจ้าของนามปากกา ‘Lipstick’ จากนิตยสาร The New Yorker ก็ได้เขียนคอลัมน์เล่าการผจญภัยในยามค่ำคืนที่ต้องดื่มและเต้นรำจนถึงเช้ามืด เธอเป็นตัวแทนของหญิงสมัยใหม่ ที่กล้าเล่าเรื่องราวความสนุกสนานอย่างเปิดเผย ทำให้ผู้หญิงมีอิสระในการสำรวจเรื่องเพศ และกำหนดขนาดครอบครัวของตนเองได้เป็นครั้งแรก สะท้อนภาพลักษณ์แฟลปเปอร์ในฐานะผู้กุมบังเหียนชีวิตตนเอง

ในโอกาสวันสตรีสากล เราจึงอยากชวนทุกคนมาย้อนดูรากฐานที่กลุ่มแฟลปเปอร์ได้ทิ้งไว้ให้แก่สตรีรุ่นหลัง เพราะสิ่งเหล่านี้คือการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ถาวร ทั้งการขยับขยายไปสู่ครอบครัวขนาดเล็ก เสรีภาพในการใช้เครื่องสำอาง และแฟชั่นเพื่อการนำเสนอตัวตน และความกล้าหาญที่จะเดินออกจากกรอบของงานสตรี ไปสู่บทบาทในทางการเมืองและการศึกษาที่สูงขึ้น

กลุ่มพี่สาวชาวแฟลปเปอร์สอนให้เรารู้ว่า การปลดแอกนั้นเริ่มต้นได้จากการกล้าที่จะ ‘แตกต่าง’ และไม่กลัวต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม เพราะพวกเธอคือคนรุ่นแรกๆ ที่พิสูจน์ว่าผู้หญิงสามารถขับรถเองได้ ตัดผมสั้นได้ และกำหนดความสุขของตนเองได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากใคร

อ้างอิง: