เคยสงสัยไหมว่า ‘ความสะดวกในชีวิตประจำวัน’ มีที่มาจากไหน? พาสำรวจเบื้องหลัง ‘โครงสร้างพลังงาน’ ที่เป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิต

3 Min
72 Views
31 Aug 2026

ทุกเช้าที่เราตื่นมาเปิดไฟ แช่ของในตู้เย็น สตาร์ทรถออกไปทำงาน หรือแวะซื้อหมูปิ้งริมทาง เรามักคุ้นชินกับการใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ จนอาจจะแทบไม่ได้นึกถึงเลยว่า พลังงานอยู่ในทุกช่วงจังหวะของชีวิต

และเบื้องหลังพลังงานเหล่านี้เดินทางมาถึงเราได้อย่างไร?

หากย้อนหน้าประวัติศาสตร์กลับไปในปี 2521 ประเทศไทยเคยเผชิญกับวิกฤตการณ์น้ำมันโลก (Oil Shock) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพ เหตุการณ์นั้นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งองค์กรเพื่อบริหารจัดการพลังงาน ในประเทศอย่าง ‘การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย’ หรือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน

ตลอด 48 ปีที่ผ่านมา การเติบโตของ ปตท. ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ จึงเดินทางขนานไปกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งหากมองให้ลึกลงไป โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานเหล่านี้ได้เข้าไปแทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตประจำวัน และเกี่ยวพันกับต้นทุนทางเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของประชาชนโดยตรง

เมื่อพูดถึง ปตท. ภาพจำของหลายคนอาจเป็นสถานีบริการน้ำมัน แต่แท้จริงแล้ว สิ่งสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและวิถีชีวิต กลับเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดินและใต้ท้องทะเล ลองมองย้อนกลับไปดูว่า โครงสร้างเหล่านี้เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของเราในปัจจุบันอย่างไรบ้าง

[โครงข่ายท่อก๊าซฯ ใต้ทะเล: การลดพึ่งพาพลังงานนำเข้า] 

การค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยคือหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ ปตท. วางโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลขึ้นฝั่งที่มาบตาพุด เชื่อมสู่โรงไฟฟ้าหลัก การมีโครงสร้างนี้ช่วยให้ไทยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเตาจากต่างประเทศที่มี ราคาผันผวน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยทำให้ภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรม มีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง

[ระบบกระจายก๊าซหุงต้ม (LPG): การสร้างมาตรฐานราคาเดียว] 

การนำก๊าซ LPG จากโรงแยกก๊าซฯ มาใช้ทดแทนการนำเข้า พร้อมลงทุนสร้างคลังเก็บทั่วประเทศ เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดนโยบายราคาขายส่งเดียวกัน (Uniprice) ซึ่งทำให้คนในภูมิภาคต่างๆ เข้าถึงก๊าซหุงต้มได้ในราคามาตรฐาน ช่วยลดภาระต้นทุนสำหรับครัวเรือนและธุรกิจร้านอาหารรายย่อย

[อุตสาหกรรมปิโตรเคมี: จากก๊าซธรรมชาติสู่วัตถุดิบในชีวิตประจำวัน]

แทนที่จะเผาก๊าซธรรมชาติทิ้ง เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียวก๊าซเหล่านี้ถูกนำมาต่อยอดเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อผลิตเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (Detroit of Asia) เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ทางการแพทย์ การมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศช่วยลดการนำเข้าสินค้าสำเร็จรูปราคาแพง และช่วยสร้างรายได้จากการส่งออกให้ระบบเศรษฐกิจไทย

[การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม: สร้างความมั่นคงทางพลังงานในประเทศ] 

การจัดตั้งหน่วยงานเพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จนวิศวกรไทยสามารถดำเนินการได้เอง เป็นก้าวที่ช่วยลดการพึ่งพาบริษัทต่างชาติ เพิ่มความมั่นคงและอำนาจต่อรองทางพลังงานให้ประเทศในยามที่โลกเผชิญกับ
วิกฤตหรือความขัดแย้ง

นอกจากโครงสร้างพื้นฐานระดับมหภาค ปตท. ยังมีสถานีบริการน้ำมันกว่า 2,416 แห่ง (ข้อมูล ณ ไตรมาส 2 ปี 2569) ที่พัฒนาสู่การเป็น Mobility & Lifestyle Partner เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการเดินทางของผู้บริโภค

ในมิติทางเศรษฐกิจระดับมหภาค กลุ่ม ปตท. เป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่สร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต โดยนำส่งรายได้คืนสู่ภาครัฐในรูปแบบเงินปันผลและภาษีเงินได้รวมกว่า 1.38 ล้านล้านบาท (นับตั้งแต่ปี 2544 ถึง 2568) เพื่อนำไปพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่สังคมเผชิญวิกฤต เช่น สงคราม ภัยพิบัติ หรือช่วงโควิด-19 องค์กรก็เข้าไปมีส่วนร่วมในการบรรเทาทุกข์ด้วยองค์ความรู้ ทรัพยากร และเครื่องมือที่มี

ปัจจุบันที่โลกมุ่งสู่พลังงานสะอาด ปตท. เองก็อยู่ในช่วงการเป็น ‘ผู้นำการเปลี่ยนผ่าน’ เพื่อสร้างสมดุลทางพลังงาน โดยวางเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero Emissions ภายในปี 2593 อย่างเป็นรูปธรรม 

พร้อมกันนี้ ปตท. ยกระดับศักยภาพขององค์กรอย่างต่อเนื่อง สู่การเป็นองค์กรแชมเปี้ยนของไทยที่ทำหน้าที่นำพาทั้งประเทศและองค์กรพันธมิตรไทยให้เติบโตไปด้วยกันบนเวทีโลก ขยายการลงทุนและการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศอย่างครบวงจร ผ่านเครือข่ายสำนักงานการค้าระหว่างประเทศ 6 แห่งในหลายภูมิภาคทั่วโลก

นอกจากการลงทุนด้านธุรกิจแล้ว ปตท. ยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับธุรกิจ นำ AI และนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาใช้ และพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์

ควบคู่กับการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยการบูรณาการศักยภาพความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และนวัตกรรม กลุ่ม ปตท.  สร้างสังคมไทยให้แข็งแรงด้วยศักยภาพกลุ่ม ปตท. ผ่านโครงการสำคัญต่างๆ เช่น ชุมชนเข้มแข็ง  ชุมชนยิ้มได้ และกระจายโอกาสให้กลุ่มเปราะบาง

เมื่อมองภาพรวมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนทั้ง  เศรษฐกิจและวิถีชีวิตของคนไทยตลอดมา และในปีที่ 48 นี้เอง ปตท. จะยังคงยืนหยัดเป็นรากฐานที่มั่นคง แข็งแรงร่วมกับสังคมไทย และพร้อมเติบโตในระดับโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “Together for Sustainable Thailand, Sustainable World” ที่พร้อมจะบริหารจัดการความท้าทาย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจและการดูแลสังคม-สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป