GDP=C+I+G+NX from theory to the real world

7 Min
75 Views
07 Mar 2024

สูตร GDP=C+I+G+NX เป็นสูตรที่เกี่ยวข้องกับการวัดขนาดของเศรษฐกิจของประเทศ นี่เป็นสูตรที่นำมาใช้ในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เพื่อวัดปริมาณของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ในประเทศ แต่ทฤษฎีเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้อธิบายเศรษฐกิจในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างไร งาน Macro Holiday 2024 นี้มีตัวอย่างที่เราสามารถเรียนรู้ได้

GDP : Gross Domestic Product บรรยายโดย คุณทักษอร พรถาวร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานภาคเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย

บทบาทหน้าที่แบงก์ชาติในการดำเนินนโยบายการเงิน

หน้าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ดูแลเสถียรภาพ 3 ด้าน)ด้แก่ เสถียรภาพการเงิน เสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน และเสถียรภาพระบบการชำระเงิน

กรอบการดำเนินนโยบายการเงิน (Monetary Policy Framework) ในปัจจุบันของไทยคือ กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting)+ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวภายใต้การจัดการ (Managed Float) เหตุผลที่ใช้แบบนี้เพราะ กรอบ Flexible Inflation Targeting ที่ยืดหยุ่นให้เป้าหมายเงินเฟ้อสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์เศรษฐกิจได้ ทำให้สามารถรักษาความมั่นคงในระยะยาวและ Managed Float ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และสามารถให้การสนับสนุนเมื่อมีความต้องการ ารใช้กรอบนี้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงในเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : งานบรรยาย Macro Holiday 2024

เป้าหมายของนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลางและเป้าหมายสำหรับปี 2567คือ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 1-3% โดยใช้หลักการของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น 1.เป้าหมายเงินเฟ้อ เป็นตัวเลขที่ชัดเจน 2.เน้นความโปร่งใส และการแสดงความรับผิดชอบ 3.มีความยืดหยุ่นเพียงพอ

NX : Net Export บรรยายโดย คุณดุษณีญา อินทนุพัฒน์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

International Trade

ข้อดีของการค้าระหว่างประเทศ: ประเทศสามารถจำหน่ายผลผลิตส่วนเกินจากการบริโภคภายในประเทศไปสู่ผู้บริโภคภายนอก ประเทศ, ได้รู้จักสินค้าและบริการ / ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ, กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาของผู้ผลิตภายในประเทศ, ประชาชน ได้ใช้สินค้าและบริการที่มีคุณภาพดีในราคาถูก

WTO

• เป็นองค์กรระหว่างประเทศ (international organization) องค์กรเดียวในโลกที่ทำ หน้าที่กำกับดูแลการค้าระหว่างประเทศในระดับพหุภาคี

• เป็นเวทีในการเจรจาลดอุปสรรคและข้อกีดกันทางการค้า และจัดทำกฎระเบียบการค้า ระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนให้การค้าโลกมีความเสรียิ่งขึ้นบนพื้นฐานของการแข่งขันที่เท่า เทียมกัน

• เป็นเวทีในการระงับข้อพิพาททางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก รวมทั้งตรวจสอบและ ทบทวนนโยบายการค้าของประเทศสมาชิก เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่ เปิดกว้าง โปร่งใสและคาดการณ์ได้

• มีบทบาทสำาคัญอย่างมากในการรักษาระบบการค้าพหุภาคี (Multilateral Trading System: MTS และพยายามที่รักษาแรงขับเคลื่อนการเจรจา (momentum) ของประเทศสมาชิก

• เร่งปฏิรูปการดำเนินงาน (WTO) Reform) เพื่อให้การดำเนินงานภายใต้ WTO มีความสอดคล้องกับพลวัตการค้าพหุภาคีระหว่างประเทศในปัจจุบัน รวมทั้งการปฏิรูป กลไกระงับข้อพิพาท (Dispute Settlement)

ที่มา : งานบรรยาย Macro Holiday 2024

ประเทศไทยได้ประโยชน์อะไรจาก WTO

• ประเทศไทยเป็นสมาชิก WTO ทำให้มีตลาดที่เปิดกว้างขึ้น โดยสามารถทำการค้า กับประเทศสมาชิกอื่นในทุกภูมิภาคทั่วโลกได้อย่างเสรีและเป็นธรรมยิ่งขึ้น

• สร้างความโปร่งใสในระบบการค้า และเป็นการเสริมสร้างขีดสมรรถนะในการแข่งขัน ในเวทีการค้าโลก

• ประเทศไทย มีสิทธิขอให้มีการตัดสินข้อพิพาทโดยฝ่ายที่สาม

ความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA)

• คำนิยาม “เขตการค้าเสรีหรือข้อตกลงทางการค้าเสรี นั่นคือประเทศ 2 ประเทศ หรือหลายประเทศ จะรวมกลุ่มกัน เพื่อทำการลดภาษีศุลกากรระหว่างกันให้เหลือน้อยที่สุดหรือเป็น 0 และใช้อัตราภาษีที่สูงกับประเทศนอกกลุ่ม”

• ประโยชน์

→ สินค้าส่งออกขายไปยังประเทศในกลุ่มจะมีต้นทุนที่ลดลง เพราะภาษีถูกลงหรือเหลือ 0 ส่งผลให้สินค้า

มีความสามารถในการแข่งขันในตลาดนั้นๆ

→ สินค้านำเข้าก็เสียภาษีในอัตราที่ลดลง ทำให้ต้นทุนในการผลิตสินค้าไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

→ ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการที่มีสินค้าหลากหลายเข้ามาขาย ทำให้สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตาม ราคาและคุณภาพที่ต้องการในราคาที่ถูกลง

• เป็นภารกิจหลักของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในการเจรจาขยายโอกาสทาง เศรษฐกิจและการค้าของประเทศไทย

ที่มา : งานบรรยาย Macro Holiday 2024

G : Government Spending  บรรยายโดย คุณศิริกัญญา ต้นสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคก้าวไกลและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล

ในปี 2566, การใช้จ่ายของรัฐบาลไทย (G) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3,079,816 ล้านบาท โดย G นี้ประกอบด้วยหลายส่วนที่สำคัญ เริ่มจากงบประมาณประจำปี (Budget) ที่ประกอบไปด้วยรายจ่ายประจำ, รายจ่ายลงทุน, เงินคืนต้นเงินกู้, และเงินชดใช้เงินคงคลัง ซึ่งรายจ่ายประจำไม่รวมเงินโอน และรายจ่ายลงทุนรวมถึงการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เรือดำน้ำ, เครื่องบิน, และรถถัง

ด้วยความสำคัญของการศึกษาและสุขภาพในการพัฒนาประชาชน, หนึ่งในส่วนที่ได้รับการให้สำคัญมากที่สุดใน GFCE (รายจ่ายของรัฐบาลในงบประมาณประจำปี) คือการศึกษาที่มีสัดส่วนถึง 27%, ตามด้วยสาธารณสุขที่มีสัดส่วน 25% ซึ่งมีผลทำให้เงินเดือนและค่าจ้างบุคลากรภาครัฐ (GFCE 3.1 ล้านล้านบาท) มีส่วนสำคัญอีกด้วย โดยจำนวนบุคลากรภาครัฐมีทั้งหมด 2.9 ล้านคน

คุณศิริกัญญา ตันสกุล, สมาชิกผู้แทนราษฎรไทย และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล, ได้วิจารณ์ว่าหากเพิ่มเงินเดือนให้กับบุคลากรภาครัฐ, นั่นอาจส่งผลให้ G และ GDP เพิ่มขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม, จะต้องพิจารณาค่าจ้างบุคลากรภาครัฐในแง่ของความยั่งยืนของงบประมาณ เนื่องจากภายในไม่กี่ปี, ค่าบำนาญอาจมีปัญหาที่ต้องจัดการ และเมื่อมีการพูดคุยหาทางแก้ไข, คุณศิริกัญญาท้าทายว่าอีกไม่เกิน 10 ปี, รัฐบาลอาจต้องจ่ายเงินบำนาญมากกว่าเงินเดือนข้าราชการ

เนื่องจากการปฏิรูประบบราชการล้มเหลว, ทำให้หน่วยงานราชการเพิ่มขึ้นโดยไม่มีการลดลง, ทำให้มีความยากลำบากในการตัดทอนงบประมาณและเพิ่มส่วนที่มีความจำเป็น เช่น การบรรจุอัตราบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตัวเลือกในการลดบุคลากรทั้งสิ้นเป็นไปได้ยาก

สุดท้าย, คุณศิริกัญญาเน้นว่าการกระจายรายได้คือปัญหาที่ยังคงเป็นที่สำคัญ และต้องพิจารณาว่าทำไมมีความเท่าเทียมในรายได้, และวิธีการแก้ไขปัญหานี้เพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเท่าเทียมขึ้นไปในอนาคต

C : Consumption บรรยายโดย คุณรัชกร ปิยะสัจบูลย์ รองประธานกรรมการ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่

หอการค้าในจังหวัดเชียงใหม่เป็นองค์กรเอกชนที่มีภารกิจส่งเสริมและพัฒนาการค้า อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยไม่แสวงหาผลกำไรตนเอง มีสถานภาพทางกฎหมายเป็นนิติบุคคล ส่งเสริมการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน และเศรษฐกิจอย่างครบวงจร โดยมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากภาคท่องเที่ยวและบริการถึง 67.8% ของ GDP ของจังหวัดเชียงใหม่

จุดแข็งของจังหวัดเชียงใหม่

1. วัฒนธรรมและภูมิปัญญา

  • มีทรัพยากรวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่โดดเด่น ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการท่องเที่ยวที่มีคุณค่า.

2. การท่องเที่ยว

  • มีแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น, ธรรมชาติที่งดงาม, และกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีมาตรฐานสากล.

3. เกษตรกรรม

  • มีการพัฒนาเกษตรที่หลากหลายและการนวัตกรรมในการผลิตอาหาร, ทำให้มีมูลค่าเพิ่ม.

4. การค้าและการลงทุน

  • มียุทธศาสตร์เพื่อส่งออกผลิตภัณฑ์และการดำเนินกิจการที่มีความยืดหยุ่นและความสามารถในการแข่งขัน.

5. สถาบันการศึกษา

  • มีมหาวิทยาลัยที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในระดับชาติและนานาชาติ.

6. การแพทย์

  • มีสถานบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย.

7. คมนาคมขนส่ง

  • มีระบบคมนาคมที่มีความสะดวกสบาย, ทันสมัย, และทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น.

จุดอ่อนและข้อจำกัดของจังหวัดเชียงใหม่

1. สังคม

  • ปัญหาจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้องจัดการด้านสวัสดิภาพของกลุ่มนี้.

2. เทคโนโลยี

  • ความขาดแคลนในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม.

3. เศรษฐกิจ

  • ปัญหาเรื่องรายได้ที่ไม่สูงเท่าที่คาดหวัง.

4. ท่องเที่ยว

  • ควรมีการอนุรักษ์ทรัพยากรวัฒนธรรมและท่องเที่ยวให้เป็นไปอย่างยั่งยืน.

แผนยุทธศาสตร์และเป้าหมาย 5 ปี

  1. การส่งเสริมการท่องเที่ยว

    • พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่นและนำเสนอกิจกรรมท่องเที่ยวที่มีคุณค่า.

  2. พัฒนาเกษตรเพิ่มมูลค่า

    • ส่งเสริมนวัตกรรมในการผลิตเกษตรและอาหาร, เพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณภาพ.

  3. การยกระดับการค้าการลงทุน

    • ส่งเสริมกิจกรรมการค้าและการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นและสามารถแข่งขันได้.

  4. การจัดการปัญหา PM 2.5

    • วางแผนและดำเนินการในการลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

  5. พัฒนาสถาบันการศึกษาและการแพทย์

    • สนับสนุนการพัฒนาสถาบันการศึกษาและบริการทางการแพทย์, เพื่อเสริมสร้างมูลค่าที่มีคุณภาพ.

  6. การคมนาคมเชียงใหม่ 4.0

    • ส่งเสริมการนวัตกรรมและทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยีในยุคที่ก้าวข้าม.

  7. การจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน (Pandemic)

    • พัฒนาแผนการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพและระบบสาธารณสุขที่ทันสมัย.

  8. การเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

    • สร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศในด้านการค้า, ท่องเที่ยว, และวัฒนธรรม.

ที่มา : งานบรรยาย Macro Holiday 2024

I : Investment บรรยายโดย ดร.อสมา เหลี่ยมมุกดา นักเศรษฐศาสตร์

เศรษฐกิจไทย

เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้า บนปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมาตั้งแต่อดีต

SCB EIC ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2023 เป็น 2.6% จากข้อมูลไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาดมาก การใช้จ่าย ภาครัฐหดตัวแรงขึ้น และท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นช้ากว่าที่ประเมินไว้ ในปี 2024 ปรับลดประมาณการเป็น 3.0% ตามแรงส่งเศรษฐกิจที่แผ่วลง รายได้ครัวเรือนพื้นไม่ทั่วถึง รวมถึงนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวช้า

ที่มา : งานบรรยาย Macro Holiday 2024

เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2023 สะท้อนการบริโภคภาคเอกชนที่ยังเติบโตดี แต่การลงทุนแผ่วลงเร็ว ขณะที่ด้านอุปทานอ่อนแอโดยเฉพาะการผลิตอุตสาหกรรมที่ยังหดตัวต่อเนื่องและ เครื่องชี้นำเศรษฐกิจไทยสะท้อนแรงส่งต่อเนื่องจากการบริโภคภาคเอกชน การส่งออกสินค้า รวมถึงการลงทุน ภาคเอกชน แต่ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวของภาคการผลิตอุตสาหกรรมที่ชัดเจนนัก

อย่างไรก็ดี มองไปข้างหน้าการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มปรับดีขึ้น ไทยสามารถดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ได้มากขึ้นใน Strategic industry เช่น อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ โดยเฉพาะจากจีน เพื่อขยายฐานการผลิตในภูมิภาค

ที่มา : งานบรรยาย Macro Holiday 2024

ในความคิดเห็นของดิฉัน การเข้าร่วมกิจกรรมที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจเป็นประโยชน์อย่างมาก เนื่องจากได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลายด้านของเศรษฐกิจ เช่น GDP, นโยบายเศรษฐกิจ, การบริโภค, การลงทุน, การใช้จ่ายของรัฐ, และการค้าระหว่างประเทศ การมองเห็นภาพรวมของตัวแปรเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจถึงกระบวนการและหน้าที่ต่างๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเพิ่ม GDP ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียวจากภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่ง แต่ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เช่น การเพิ่มการส่งออกสามารถสร้างการลงทุนและเพิ่ม GDP ของประเทศ เรายังสามารถเห็นว่าทฤษฎีมหภาคไม่ได้มีค่าเพียงแค่ในหนังสือเรียน แต่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจได้โดยตลอด ทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของการทราบและนำไปประยุกต์ใช้ทฤษฎีที่เรียนได้อย่างเหมาะสมในชีวิตจริง

ที่มา : https://www.facebook.com/econcmuofficial/videos/macro-holiday-2024/701253802207863/

งานเขียนนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา Macroeconomic Theory II (751309)

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เขียนโดย ชนกันต์ เป็งด้วง