ถ้าจะพูดถึงโรคที่คนพูดถึงเยอะที่สุดในยุคนี้ หลายคนคงจะเดาออกว่ามันคือ “โรคซึมเศร้า” แต่นี่ก็แค่การเดาเท่านั้นถูกมั้ยครับ เราจะ “พิสูจน์” อย่างไรว่าคนพูดถึงโรคนี้เยอะจริงอย่างที่เราคิด?
โชคดีที่ยุคนี้มันมีเทคนิคในการเก็บข้อมูลแบบหนึ่งที่เรียกว่า Social Listening ซึ่งอธิบายง่าย ๆ ก็คือ การไปไล่เก็บสิ่งที่คนพูดบน Social Media สารพัดแพลตฟอร์ม (ตั้งแต่ Facebook, Twitter, YouTube, Instagram ยันเว็บบอร์ด) มาประมวลผล
ซึ่งผลสำรวจในช่วงเดือนมิถุนายน 2019 ที่ผ่านมา ก็ดูจะยืนยันสิ่งที่เราเชื่อจริง ๆ เพราะไม่มีโรคอะไรที่ถูกพูดถึงเยอะอีกแล้วเท่ากับโรคซึมเศร้า
เพราะเรียกได้ว่าในเดือนเดียวโรคซึมเศร้าถูกพูดถึงมากกว่า อีกสองโรคที่เป็นโรคยอดฮิตของคนปัจจุบันอย่างโรคออฟฟิศซินโดรมและโรคหลอดเลือดในสมองรวมกันกว่า 3 เท่าตัวเสียอีก เพราะโรคซึมเศร้าได้รับการพูดถึงกว่า 3,000 กว่าครั้งในสารพัด Social Media ในเดือนเดียว ในขณะที่โรคอื่น ๆ คนพูดถึงกันหลักร้อยเท่านั้นเอง
แล้วคนพูดถึงโรคซึมเศร้าพูดถึงอะไรกัน? พูดถึงในแง่ไหน? กระบวนการ Social Listening ก็บอกเราได้อีก
ส่วนใหญ่คนจะพูดถึงโรคซึมเศร้ากับแบบทั่วไปโทนกลาง ๆ เช่น การพูดถึงเรื่อง “โรคซึมเศร้า” ของเหล่าคนดังทั้งไทยและเทศ อย่างไรก็ดีการพูดถึงแบบลึกกว่านั้นก็มีเช่นกัน ซึ่งการพูดถึงโรคซึมเศร้าในเชิงที่ลึกขึ้นนั้นส่วนใหญ่จะพูดคุยกันถึง “อาการ” ของโรคนี้
และที่น่าสนไปกว่านั้นอีกก็คือ แพลตฟอร์มที่คนจะพูดเรื่องโรคซึมเศร้ามากที่สุดได้แต่บน Twitter ซึ่งคุยกันเรื่องโรคซึมเศร้ามากกว่าบน Facebook กันเสียอีก
แต่ก็อย่าคิดว่าการคุยเรื่องโรคซึมเศร้าบน Twitter จะมีคุณภาพกว่า Facebook เสมอไป เพราะถ้าไปดูมิติการคุยกันถึงสาเหตุและวิธีการรักษาโรคนี้ เราก็จะเห็นว่าคนจะคุยกันบน Facebook กันมากกว่า Twitter ซะอีก
พูดง่าย ๆ คนไปบ่นเรื่องโรคซึมเศร้ากันบน Twitter เยอะ แต่คุยกันจริงจังว่าทำยังไงถึงจะหายนี่ กลับจะมาคุยกันบน Facebook ซะมากกว่า
นี่ทำให้ในภาพรวม แม้ว่าคนไทยอาจไม่มีใครไม่รู้จักโรคซึมเศร้าแล้ว แต่ถามว่ารู้หรือไม่ว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไร? รักษายังไง? คนไทยกลับไม่รู้เท่าไร ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องดีเลย อย่างน้อย ๆ ก็สำหรับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจริง ๆ เพราะนั่นทำให้คนรู้จักโรคที่พวกเขาเป็นอย่างผิวเผิน และมีแนวโน้มจะเข้าใจอย่างผิด ๆ อีกถึงสาเหตุของโรคนี้
ก็นี่แหละครับ สิ่งที่เครื่องมืออย่าง Social Listening บอกเราได้ ซึ่งเราก็จะเอาเครื่องมีเหล่านี้ไปวิเคราะห์กระแสต่าง ๆ ในสังคม ไปจนถึงวิเคราะห์แคมเปญโฆษณาต่าง ๆ บน Social Media ได้อีกสารพัดเลยครับ
สุดท้าย ทาง BrandThink ขอขอบคุณทาง Wisesight นะครับที่เอาข้อมูลดี ๆ จากการเก็บข้อมูลด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า ZOCIAL EYE มาแบ่งบันให้เรามาวิเคราะห์ต่อยอดต่อ ซึ่งถ้าใครสนใจข้อมูล Social Listening ก็ลองเข้าไปดูได้ที่: https://wisesight.com/ นะครับ