2 Min

หึงได้ แต่คุยกันด้วย ว่าด้วยความรู้สึก ‘หึงหวง’ จัดการอย่างไรให้รักมั่นคงยิ่งขึ้น

2 Min
65 Views
15 Sep 2025

คงไม่มีใครชอบเวลาตัวเอง ‘หึงหวง’ คนรักหรอกใช่ไหม? 

แม้สำหรับบางคู่อาการหึงหวงอาจดูน่ารัก อาจทำให้อีกคนรู้สึกดีในบางครั้ง เพราะคนถูกหึงรู้สึกตัวเองมีคุณค่า รู้สึกสำคัญ แต่กลับกันฝ่ายที่รู้สึกหึงหวงมันคือความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความครุมเครือบอกไม่ถูก จะว่าเป็นความรู้สึกโกรธก็ไม่เชิง รู้แต่มันร้อนรน อึดอัดใจ ไม่ชอบใจ แถมบางครั้งมันมาแบบฉับพลันราวกับฟ้าผ่ากลางอก บางครั้งก็ค่อยๆ ก่อตัวเงียบๆ จนกลายเป็นรอยร้าวเล็กๆ ในใจที่ยิ่งนานก็ยิ่งทำให้ห่างเหินกันออกไปหากจัดการกับมันไม่ได้

นักบำบัดคู่รักอย่าง สตีเวน สโตสนี (Steven Stosny, Ph.D.) เคยบอกไว้ว่า ความหึงหวงคือสัญญาณที่บอกว่ามีระยะห่างเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ และการเผชิญหน้ากับมันอาจกลายเป็นโอกาสในการสร้างความใกล้ชิดที่ลึกซึ้งกว่าเดิมก็ได้

แม้หลายครั้งเรามักคิดว่า ฉันหึงเพราะเธอทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้ แต่ในความจริงแล้ว ความหึงหวงมักไม่ได้เกิดจากการกระทำของอีกฝ่ายโดยตรง กลับกันมันคือเสียงสะท้อนจากข้างในที่ยังเต็มไปด้วยความกลัวของเราเอง กลัวว่าจะไม่ดีพอ กลัวว่าจะถูกทอดทิ้ง หรือกลัวว่าจะถูกแทนที่ 

เสียงเหล่านี้มักเดินทางมาจากอดีต จากบาดแผลที่เราเคยเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการถูกหักหลังหรือการถูกทอดทิ้งทางอารมณ์ ซึ่งเมื่อถึงเวลาหนึ่งมันก็กลับมาสั่นสะเทือนปัจจุบันโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว

ความเปราะบางที่สุดของความหึงหวงคือการที่มันยากจะพูดออกมา ทว่าทันทีที่พูดเรามักเลือกจะถามด้วยน้ำเสียงกวนใจ แสดงท่าทีห่างเหิน หรือแม้แต่พยายามควบคุมพฤติกรรมของคนรัก ทั้งหมดนั้นคือความพยายามปกป้องหัวใจ แต่กลับกลายเป็นการสร้างกำแพงแห่งความสัมพันธ์ขึ้นมาแทน

ความหึงหวงสามารถกลายเป็น ‘สะพาน’ ที่เชื่อมความสัมพันธ์มากกว่า ‘กำแพง’ ได้ 

เริ่มต้นจากการยอมรับอย่างซื่อตรงว่า ฉันกำลังรู้สึกหึง โดยไม่ต้องโยนความผิดให้ใคร การตั้งชื่อความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมานี้คือก้าวแรกของการซื่อสัตย์ต่อตัวเอง จากนั้นลองเปิดบทสนทนาที่อ่อนโยนแทนการกล่าวหา เช่น ฉันรู้สึกไม่มั่นคงตอนคุณเล่าเรื่องใช้เวลากับเพื่อนร่วมงานคนนั้น เราคุยกันได้ไหม บทสนทนาแบบนี้อาจจะทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยวกับความรู้สึกนั้นอีกต่อไป

และสิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้ที่จะไว้ใจตัวเองก่อนจะไว้ใจใครอื่น เพราะบ่อยครั้งคำว่า ฉันไว้ใจคุณ เริ่มง่ายๆ จาก ฉันไว้ใจตัวเองว่าจะจัดการความรู้สึกได้ การลงทุนกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้เราภูมิใจหรือสิ่งเล็กๆ ที่ตอกย้ำคุณค่าในตัวเรา ล้วนช่วยลดอำนาจของความหึงหวงลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ท้ายที่สุดแล้ว ความหึงหวงไม่ใช่สิ่งต้องปฏิเสธ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันอย่างซื่อตรงและอ่อนโยน มันจะกลายเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อเราปล่อยให้มันผลักเราเข้าสู่พฤติกรรมหุนหันหรือการปิดกั้นทางใจ แต่ถ้าเรามองมันด้วยความอยากรู้และเมตตา มันอาจจะกลายเป็นบทเรียนที่ทำให้เราและคนรักเติบโตไปด้วยกันได้

หากเรากล้าพอจะหันหน้าเข้าหามัน ความเปราะบางอาจเป็นประตูไปสู่ความรักที่แท้จริงและมั่นคงกว่าเดิมก็ได้นะ 

คู่ไหนมีวิธีจัดการเวลาแฟนหึงกันยังไงบ้าง มาแชร์กันได้น้า

อ้างอิง: