ช่วงเวลาที่“จีน”เติบโตอย่างรวดเร็ว ?
ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจีนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายล้านล้านดอลลาร์ ที่ในเมืองใหญ่ใหญ่มีราคาแพงอย่างน่าเหลือเชื่อ เมื่อเทียบกับรายได้จะตามหลังประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่มาจากปัญหา 3 ข้อหลักๆดังนี้
-
Expectation of Future Growth | อสังหาริมทรัพย์ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรอันดับต้นๆ และคนจีนก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับสินทรัพย์มากเพราะรู้อยู่แล้วว่าในอนาคตจะมีมูลค่ามากกว่าเดิม แต่หากยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแบบนี้อีก 8 ปี การจ่ายเงินมากกว่า 5ล้านหยวนสำหรับอาคารทรุดโทรมอาจจะเป็นทางเลือกที่ฉลาด เช่นเดียวกับการลงทุนในเทคโนโลยีของสหรัฐ แต่ก็ไม่ทราบเลยว่าในอนาคตจะเดินทางไปอย่างไรสำหรับราคาสินทรัพย์นี้คงต้องให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์
-
Lack of Alternative Investments | คนจีนส่วนใหญ่ไม่ลงทันในบริษัทจีนของตัวเอง เนื่องจากในอดีตมีการลงทุนไม่มากเมื่อเทียบกับการเติบโตโดยรวมของเศรษฐกิจ ซึ่งหากต้องการลงทุนในจีนต้องลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จึงจะคุ้มค่า แต่รัฐบาลก็พยายามควบคุมแต่ก็ไม่เป็นผลมากนัก
-
Societal Pressure | แรงกดดันทางสังคมของการเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าจะแต่งงานโดยที่ไม่มีบ้าน แต่ก็ยังมีข้อดีในระบบโครงสร้าง ที่ช่วยติดตามจำนวนบ้านสำหรับประชากรชาวจีน ที่เรียกว่าระบบ Huko ที่จะติดตามว่ามีที่อยู่อาศัยอยู่ในที่ใด ที่จะเชื่อมโยงไปถึงการตัดสินใจที่จะเข้าสู่ระบบสาธารณะต่างๆไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพหรือการศึกษาสำหรับลูกของพวกเขา ซึ่งจะเห็นได้จากการที่มีเด็กอยู่กับปู่ย่าตายายในชนบทและพ่อแม่ไปทำงานอยู่ในเมืองใหญ่เนื่องจาก ประชากรเด็กเหล่านั้นไม่สามารถเรียนในเมืองอื่นได้เพราะไม่ใช่ผู้อยู่อาศัยจากการใช้ระบบHuko แต่ถ้าหากซื้อบ้านก็จะไม่กลายเป็นพลเมืองชั้นสองอีกต่อไป
.
สิ่งที่ทำให้การเติบโตชะลอตัว ?
-
Rural Workers | 1ใน3 ประกอบไปด้วยคนงานจากชนบทจะมีความยุ่งเหยิงมากหากถูกบังคับล็อกดาวน์จากการใช้นโยบาย Huko รัฐก็พยายามลดความรุนแรงของสบู่อสังหาริมทรัพย์ เช่นกันการออกข้อกำหนดเงินฝากอัตราสูงสำหรับสินทรัพย์มือสองและมือสามและการเก็บภาษีสินทรัพย์หรือการกำหนดการเป็นเจ้าของสินทรัพย์ได้กี่ที่ จะเห็นได้ว่าไม่สามารถเป็นเจ้าของที่ดินได้จากการที่รัฐเข้ามาเช่าและอาจปล่อยให้ผู้ลงทุนสร้างเพื่อที่จะได้รายได้จากการแบ่งยูนิตมากขึ้น ซึ่งในปีที่แล้วรัฐทำรายได้ประมาณ 1.3 ล้านล้านดอลลาร์
-
A Perfect Storm | การติดเชื้อโควิด-19ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประชากรแต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ได้รับความเสียหายมากแต่อย่างใด แต่การเติบโตของการส่งออกอาจจะไม่ได้สูงที่สุดแต่มากขึ้นจากการเติบโตของสินค้าโภคภัณฑ์ การว่างานของคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้นที่เรียกว่า Lying Flat ที่เลือกจะนอนอยู่เฉยเฉย รัฐยังมีความกังวลเนื่องจากยังต้องพึ่งพาแรงงานเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งนี่ต่อGDPสูงขึ้นเกือบสามเท่า แต่นี่พวกนั้นถูกสร้างอยู่บนอสังหาริมทรัพย์บนพื้นที่เช่าของรัฐบาลซึ่งอาจจะกลายเป็นฟองสบู่ขนาดใหญ่ก็ได้ที่พวกเขาเพิกเฉย
.
จีนสร้างเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงได้อย่างไร ?
ในอดีตคนงานส่วนใหญ่มักจะอาศัยและตายภายในเมืองที่เกิดจากข้อจำกัดด้านการเดินทาง ซึ่งความคิดนั้นถูกเปลี่ยนไปเมื่อต้นปี 2000 ที่จะขยายการเชื่อมต่อและดึงแรงงานอายุน้อยมาในเมืองใหญ่มากขึ้นให้กับอุตสาหกรรม โดยเริ่มในปี2008ที่มีการสร้างรถไฟความเร็วสูงแต่ด้วยปัญหาวิกฤตทางการเงินทั่วโลกการค้าลดลง จีนมีการใช้จ่ายที่มากขึ้นสำหรับการจ้างคนงานสร้างรถไฟความเร็วสูงและเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอยและได้รับโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงออกมาทำให้มีการเดินทางไปได้ทั่วประเทศ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหา “การทุจริตจากโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูง” เป็นหนึ่งในโครงการใหญ่ที่สุดและเปิดเผยต่อสาธารณะแต่ก็เป็นปัญหาเพียงเล็กน้อย และไม่สามารถอวดอ้างได้มากเท่าที่ควรจากการมีผู้รับสินบน เกิดขึ้นหลังรถไฟ2ขบวนชนกันและถูกเปิดเผยว่าเกิดจากความล้มเหลวในการจัดการทำให้ทำงานหนักเกินไปทำให้กระทบถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานนี้ที่จีนมีการลงทุนเพิ่มเติมหลายพันล้านดอลลาร์ จีนได้แก้ปัญหาโดยการขายให้กับ China Railway ที่ผลิต CSR และ CNR ที่ได้รวมตัวเพื่อจัดตั้ง CRRC ที่จะขยายให้ใหญ่มากยิ่งขึ้น เนื่องจากบริษัทแตกต่างจากรัฐจึงควบคุมเงินได้มากขึ้นกว่าล้านล้านดอลลาร์ผ่าน ธนาคารของรัฐ พันธบัตรสาธารณะและการลงทุนจากรัฐบาลท้องถิ่น ปัญหายังคงมีอยู่เนื่องจากเส้นทางหลักสู่เมืองใหญ่ถูกสร้างหมดแล้วดังนั้นการขยายโครงข่ายไปยังเมืองอื่นรายได้จึงไม่เท่ากับการสร้างเส้นทางก่อนหน้า แต่รัฐยังผลักดันให้ผู้คนเข้าถึง ซึ่งในปี2015เป็นต้นมา หนี้ค้างจ่ายได้เพิ่มสูงขึ้นกว่ากำไรจากการดำเนินการ
.
ปัจจัยที่ทำให้แย่ยง
-
Growing Maintenance Costs | ค่าบำรุงรักษาที่มากขึ้นเรื่อยๆ และรถม่สามารถขึ้นค่าตั๋วได้
-
Price Rigidities | คนเลือกที่จะนั่งเครื่องบิน หรือรถบัสกลับแทนการนั่งรถไฟ
-
COVID-19 | ความต้องการขึ้นรถไฟลงลดมากจนสายรถไฟแทบจะไม่ได้รับกำไร
.
แหล่งที่มาของข้อมูล : https://youtu.be/lbH_8Nj51HU?si=AkN8GjUj005xXO8o
https://youtu.be/ITvXlax4ZXk?si=VuvK-Bpy-3GUcvlJ
.
งานเขียนนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา 751309 Macro Economic 2
ซึ่งสอนโดย ผศ.ดร. ณพล หงสกุลวสุ
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
งานชิ้นนี้ เขียนโดย นายธนกร เดือนเพ็ญ 651610168