‘แชตบอต’ เพื่อนคุยในจินตนาการยุคใหม่ ดาบสองคมที่อาจช่วยทั้งแก้ไขปัญหา และเสี่ยงกระตุ้นโรคย้ำคิดย้ำทำแบบไม่รู้ตัว
เคยไหม เมื่อมีปัญหาอะไรคาใจ ก็จะเลือกเข้า ‘แชตบอต’ ไปหาคำตอบอยู่เสมอ
ผู้ใช้งานแชตบอตแต่ละคนต่างล้วนมีจุดประสงค์ร่วมที่คล้ายคลึงกัน นั่นก็คือเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างวัน แต่สำหรับผู้ใช้งานบางกลุ่ม พวกเขาอาจเลือกใช้งานเพราะจุดประสงค์ที่มากกว่านั้น
สำหรับโรค OCD หรือโรคย้ำคิดย้ำทำ เป็นโรคที่เกิดจากผู้ป่วยได้ตั้งกฎเกณฑ์ส่วนตัวขึ้นมาบางอย่าง และสั่งให้ร่างกายของตนเองปฏิบัติตามกฎนั้นๆ เพราะพวกเขาคิดว่าถ้าหากไม่ปฏิบัติตามกฎที่ตนตั้งขึ้นมา อาจเกิดเหตุการณ์ตามที่ตนหวาดเกรงได้
โดยพฤติกรรมของโรคดังกล่าวที่สามารถพบเห็นได้บ่อยครั้ง คือ ‘การล้างมือ’ ฟังดูอาจเป็นเรื่องปกติที่เมื่อมือสกปรก ก็ต้องล้างมือเพื่อเป็นการชะล้างเชื้อโรค…แต่สำหรับผู้ป่วยโรค OCD อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นมากกว่าคนทั่วไป แบบที่ไม่สามารถฝืนร่างกายตัวเองได้ จนทำให้ต้องเสียเวลากับพฤติกรรมจากกฎที่ตนสร้างขึ้นมาค่อนข้างมากในแต่ละวัน
หากมองในมุมมองของผู้ป่วย โดยปกติแล้วการค้นหาคำตอบในอินเทอร์เน็ตแบบทั่วไปใน Safari หรือ Google ระบบคอมพิวเตอร์จะพาเราไปยังเว็บไซต์มากมายให้เราเลือกอ่านได้ตามอัธยาศัย แต่สำหรับการค้นหากับ ‘แชตบอต’ นั้น นอกจากการที่พวกเขาจะสามารถตั้งคำถามแบบชี้เฉพาะเจาะจงได้แล้ว คำตอบที่ได้จากแชตบอตยังเหมือนเป็นการสรุปผลบนโลกอินเทอร์เน็ตไปพร้อมๆ กับการให้เหตุผลผ่านปัญหาที่ซับซ้อน
ประกอบกับธรรมชาติของมนุษย์ ที่เมื่อคนปกติถูกถามคำถามเดิมซ้ำๆ ก็อาจเริ่มมีความเหนื่อยล้าที่จะตอบปัญหาของพวกเขาอยู่บ้างประมาณหนึ่ง…ขัดกับแชตบอตที่พร้อมจะให้คำตอบกับผู้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา และสามารถยิงคำถามได้แบบไม่รู้จบ จนกว่าผู้ใช้งานจะได้คำตอบที่ตนรู้สึกพอใจ นั่นจึงอาจเป็นอีกปัจจัยหลักข้อหนึ่ง ที่ก่อให้ผู้ป่วยโรค OCD คิดว่าแชตบอตถูกต้องและน่าเชื่อถือ
และเมื่อพวกเขาคิดเช่นนั้นแล้ว จึงยิ่งทำให้ไม่สามารถควบคุมตนเองให้เลิกเชื่อคำตอบจากแชตบอตทั้งหมดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะพวกเขาคิดว่าการกระทำของพวกเขาเป็นการแสวงหาความมั่นใจเพื่อให้ความไม่แน่นอนกลายเป็นศูนย์ และเพื่อคอยบรรเทาความวิตกกังวล…แต่ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็อาจไม่รู้ตัวอยู่ดีว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันช่วยบรรเทาเพียงครั้งคราว และก็จะเกิดขึ้นเป็นวัฏจักรต่อๆ ไป
แล้วถ้าหากการใช้แชตบอตทำให้อาการย้ำคิดย้ำทำแย่ลงได้จริงๆ แล้วในมุมมองของผู้รับผิดชอบแชตบอตล่ะ พวกเขาผิดหรือไม่ที่ไม่ดูแลผู้ใช้งานที่มีสภาพจิตใจเปราะบาง? หรือว่าผิดที่ผู้ใช้งานไม่ยอมเรียนรู้วิธีการใช้ที่ถูกต้อง
“อาจเป็นทั้งสองอย่าง” โจเซฟ ฮาร์วีย์ (Joseph Harwerth) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรค OCD จากคลินิก OCD & Anxiety Recovery ในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา กล่าว เพราะแน่นอนว่าผู้ใช้งานก็ควรที่จะเรียนรู้ในการไม่ตกเป็นเครื่องมือของเทคโนโลยี แต่ในขณะเดียวกันผู้รับผิดชอบแชตบอต ก็ต้องออกแบบโมเดลให้ชัดเจนว่า คำตอบที่ให้แก่ผู้ใช้งานนั้นมาจากแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือประมาณไหน เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ คน เริ่มมองว่าแชตบอตมีปัญหาใหญ่ที่ดูส่งผลต่อผู้ใช้งาน คือ ระบบ AI เริ่มบิดเบือนตัวเองว่าเป็นนักบำบัดที่เปรียบเสมือนมนุษย์มานั่งอยู่ตรงหน้า
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากผู้ใช้งานที่ป่วยเป็นโรค OCD ไม่สามารถควบคุมตนเองได้มากเท่าที่ควร อันเกิดจากความผิดปกติด้านระบบประสาท ดังนั้น เราเพื่อนมนุษย์ก็ควรที่จะเปิดใจรับฟังและตอบคำถามของพวกเขาด้วยความจริงใจ และในส่วนของแชตบอตนั้น ก็นับว่าอาจเป็นความรับผิดชอบที่ทั้งสูงและท้าทายของผู้สร้างแชตบอต ว่าควรฝึกให้เทคโนโลยีดังกล่าวได้รู้จักการทำความเข้าใจความผิดปกติทางสุขภาพจิตของผู้ใช้งานให้มากขึ้น เพื่อที่จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่พวกเขาต้องการได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานจนเกินไป
อ้างอิง:
- ChatGPT and OCD are a dangerous combo https://shorturl.asia/WFDwC
- โรคย้ำคิดย้ำทำ Obsessive Compulsive Disorder (OCD) https://shorturl.asia/xGBEW