ก้าวสู่ทศวรรษที่สอง! เซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าลงทุน 5 ปี 50,000 ล้านบาท ต่อยอดความเป็นเบอร์หนึ่งผู้นำไฮเปอร์มาร์เก็ต-ตั้งเป้าท้าทายเจ้าตลาดพร็อพเพอร์ตี
กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ซึ่งเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าหลากหลายประเภทผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format and Multi-category) ในประเทศไทยและได้ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ อาทิ ประเทศอิตาลีและประเทศเวียดนามมาตั้งแต่ปี 2555 โดยปัจจุบัน เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ได้กลายเป็นผู้นำในอิตาลีและเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการค้าปลีกในประเทศเวียดนามได้นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจการและแถลงวิสัยทัศน์เนื่องในวาระครบรอบหนึ่งทศวรรษที่ประเทศเวียดนาม
(ซ้าย) คุณโอลิเวิเยร์ แลงเลต์, (ขวา) คุณญณณ์ โภคทรัพย์
นับจากวันแรกที่ขยายกิจการจนถึงปีที่สิบเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีก 3,543 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2565) อาทิ ห้างสรรพสินค้า, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 5 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่
กลุ่มฮาร์ดไลน์ ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ บ้าน แอนด์ บียอนด์ / บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียนคิม (Nguyenkim)
กลุ่มฟู้ดส์ ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค และสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ แฟมิลี่มาร์ท บิ๊กซี / GO! ลานชี มาร์ท ท็อปส์ มาร์เก็ต เวียดนาม และมินิ โก (go!)
กลุ่มแฟชั่น ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป
กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ ซึ่งมุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม
และ กลุ่มเฮลธ์แอนด์เวลเนส ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายและให้บริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยง เช่น ท็อปส์แคร์ ท็อปส์วีต้า และ เพ็ทแอนด์มี โดย ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 3 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 59 จังหวัด, ประเทศเวียดนาม ทั้งหมด 41 จังหวัดและประเทศอิตาลี ในเมืองหลักๆ ทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2565)
โดยระหว่างการพาสื่อมวลชนเยี่ยมชมกิจการที่สำนักงานใหญ่ใน โฮจิมิห์ ซิตี้ คุณ ญนน์ กล่าวว่า “เซ็นทรัล รีเทล เห็นเวียดนามเป็น Key market จากศักยภาพของประเทศที่มีความพร้อมในหลายด้าน และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงเดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศเวียดนามอย่างเต็มกำลังตลอด 11 ปีที่ผ่านมา จากจุดเริ่มต้นของการเป็นผู้จัดจำหน่ายแบรนด์สินค้าแฟชั่นที่มีเพียงไม่กี่สาขา ปัจจุบันเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม มีจำนวนร้านค้ามากกว่า 340 แห่ง พื้นที่รวมกว่า 1,200,000 ตารางเมตร ใน 40 จังหวัด คิดเป็น 85% ของ GDP ประเทศเวียดนาม และสร้างยอดขายเติบโตก้าวกระโดด จาก 300 ล้านบาท ในปี 2557 จนปี 2564 ที่ผ่านมา มียอดขายอยู่ที่ 38,592 ล้านบาท และล่าสุดปี 2565 สามารถปิดยอดขายในเวียดนามเป็นสัดส่วนถึง 25% ของยอดขายทั้งหมดของเซ็นทรัล รีเทล ส่งผลให้ เซ็นทรัล รีเทล กลายเป็นผู้นำค้าปลีกต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในประเทศเวียดนาม ที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้านไฮเปอร์มาร์เก็ต และอันดับ 2 ด้านศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์”
เมื่อ BrandThink ถามถึงทิศทางต่อไปในทศวรรษที่สองของบริษัท คุณ ญณณ์ ตอบว่า “สำหรับโรดแม็ป 5 ปี ของเซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม เรายังคงเดินหน้าเตรียมขยายธุรกิจอย่างเต็มที่ สอดรับกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจที่มีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง พร้อมตั้งเป้าอัดงบลงทุน 5 ปี ในเวียดนามอีกกว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อสร้างยอดขาย 150,000 ล้านบาท และดับเบิ้ลจำนวนร้านค้าเป็น 600 สาขา ครอบคลุมทั้งสิ้น 57 จังหวัด จาก 63 จังหวัดทั่วประเทศ ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ เพื่อก้าวเป็นเบอร์ 1 ด้านออมนิแชแนลในกลุ่มฟู้ด และอันดับ 2 ในกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ของเวียดนาม ภายในปี 2570
ด้าน มร. โอลิวิเยร์ แลงเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม กล่าวเสริมว่า “ภาพรวมการเติบโตของประเทศเวียดนามแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและไม่แน่นอน โดยในปีนี้คาดว่า GDP เวียดนาม จะโตอยู่ที่ 6.7% ซึ่งขยายตัวสูงเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับการขยายตัวอย่างรวดเร็วของจำนวนประชากรในเมือง การขยายตัวของโมเดิร์นเทรด และอัตรานักท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นสัญญาณบวกที่ทำให้เซ็นทรัล รีเทล ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของชาวเวียดนามได้อย่างครอบคลุม ซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มฟู้ด ได้แก่ GO! ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวม 38 สาขา ท็อปส์ มาร์เก็ต รวม 10 สาขา Mini go! ซูเปอร์มาร์เก็ต รวม 3 สาขา และลานชี มาร์ท รวม 24 สาขา กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ ได้แก่ ศูนย์การค้า GO! รวม 39 สาขา และกลุ่มน็อนฟู้ด ได้แก่ เหงียนคิม ซูเปอร์สปอร์ต คุโบ และโรบินส์”
พร้อมกันนี้ ด้วยความมุ่งมั่นในการเร่งเครื่องสานต่อธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง เซ็นทรัล รีเทล เวียดนาม ได้เตรียมทุ่มงบลงทุนอีกกว่า 6,000 ล้านบาท ในปี 2566 นี้ เพื่อขยายอาณาจักรให้ครอบคลุมทั่วประเทศเวียดนาม โดยมีแผนธุรกิจดังนี้
- สร้างการเติบโตธุรกิจกลุ่มฟู้ดครอบคลุมทั่วประเทศ : ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ไฮเปอร์ มาร์เก็ต ด้วยการรีแบรนด์และรีโนเวท GO! ไฮเปอร์มาร์เก็ต รวม 10 สาขา พร้อมทั้งขยายท็อปส์ มาร์เก็ต และ Mini go! เพิ่มขึ้น 8-10 สาขา เพื่อรองรับผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง ตลอดจนเสริมแกร่งกลุ่มอาหาร Fresh และ Non-Food เพื่อดึงดูดทราฟฟิกผู้บริโภคใหม่ให้เพิ่มมากขึ้น
- สร้างความแข็งแกร่งธุรกิจกลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ : รีโนเวทศูนย์การค้า GO! รวมทั้งสิ้น 10 สาขา ให้มีความทันสมัยมากขึ้น และเตรียมเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกในอนาคต พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าด้วยร้านค้าในศูนย์ฯ ที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไต
- ยกระดับและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของเหงียนคิม : รีโนเวทร้านเหงียนคิม รวม 10-12 สาขา และขยายร้านเหงียนคิมอีก 3-5 สาขา ทั้งแบบ Standalone และขยายเข้าไปในศูนย์การค้า GO! เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบวงจร
- พัฒนา Loyalty Platform เพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการกว่า 66 ล้านคน : ยกระดับ Loyalty Platform ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะเข้าใจอินไซด์ของลูกค้า และมอบสินค้าและบริการที่ตรงใจ โดยใช้ความเชี่ยวชาญของ The 1 มาช่วยพัฒนาแพลตฟอร์มให้ดีขึ้น
โดยคุณ ญนน์ กล่าวปิดท้ายว่า “เซ็นทรัล รีเทล ไม่เพียงสร้างการเติบโตทางธุรกิจ แต่เรายังได้เข้าไปยกระดับชุมชน สังคม และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาวเวียดนามในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สนับสนุนเกษตรกรในชุมชนให้มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 40% ไปจนถึงการทุ่มงบมากกว่า 10 ล้านบาท ในการสร้างโรงเรียนให้กับเด็กชาวเวียดนาม และการเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือและเคียงข้างประชาชนชาวเวียดนามในช่วงวิกฤตโควิด-19 ด้วยยอดเงินบริจาครวมมากกว่า 20 ล้านบาท ขณะเดียวกันเรายังเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น Vietnamese Week in Thailand ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 5 ปี และการจัด Business Matching ภายในงาน เพื่อสนับสนุนการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่าง 2 ประเทศ รวมไปถึงการลงนาม MOU ของสมาคมค้าปลีกไทยและเวียดนาม ทั้งยังนำความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมสอดแทรกเข้าในทุกมิติ อาทิ การติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาศูนย์การค้า GO! รวม 20 สาขา การติดตั้งสถานีบริการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายในศูนย์การค้า และลดการใช้ถุงพลาสติกครั้งเดียวทิ้ง สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่จะเป็น Green & Sustainable Retail องค์กรค้าปลีกต้นแบบด้านความยั่งยืน เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ในปี 2593 ตามเป้าหมายที่เซ็นทรัล รีเทล วางไว้
“ด้วยความมุ่งมั่นของเราในการทำธุรกิจ ควบคู่ไปกับการยกระดับสังคมและชุมชน ทำให้ธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทลในเวียดนาม เติบโตมาอย่างยั่งยืน และได้รับการยอมรับจากชาวเวียดนาม รวมถึงได้รับการสนับสนุนอันดีจากรัฐบาลเวียดนามมาโดยตลอด ซึ่งเราจะยังคงทำเพื่อสังคมและประชาชนชาวเวียดนามต่อไป เพราะเจตนารมณ์ของเรา คือ การสร้างความเจริญและเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกที่ที่เราเข้าไปทำธุรกิจ” คุณ ญนน์ กล่าวปิดท้าย