‘ช้างเอเชีย’ สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ใกล้สูญพันธ์ุ เพราะเผชิญภัยรอบด้าน ตั้งแต่การสูญเสียอาหาร ไปจนถึงการแตกหักกับมนุษย์
เมื่อพูดถึง ‘ช้าง’ หลายคนอาจจะกำลังคิดถึงภาพสัตว์ตัวใหญ่ ในมุมที่ทั้งเอ็นดูหรือรู้สึกเกรงกลัว แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ ‘ช้าง’ แท้จริงแล้วเป็นสัญลักษณ์ของชาวเอเชียที่มีเรื่องราวผูกพันกันมาตั้งแต่อดีต สอดคล้องไปจนถึงวัฒนธรรม ทว่าปัจจุบันช้างเอเชียกลับอยู่ในความเสี่ยงที่จะสูญพันธ์ุด้วยการลดจำนวนลงจากการต้องเผชิญกับภัยคุกคามรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร ไปจนถึงความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และช้างที่ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของช้างเอเชียย่ำแย่ลง
โดยหากลองมองย้อนกลับไปในวัฒนธรรมเอเชียส่วนใหญ่ล้วนผูกโยงกับช้างเสมอมา ตั้งแต่ความเชื่อทางศาสนาที่ชาวเอเชียเชื่อว่าช้างเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งรวมไปถึงภูมิปัญญา เช่น ช้างในอินเดียถูกมองว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ของชาวฮินดูที่มีการนับถือในฐานะองค์เทพที่ชื่อว่า ‘พระพิฆเนศ’ ที่มีเศียรเป็นช้าง ประกอบเข้ากับรูปลักษณ์อื่นๆ
หรือในประเทศไทยและลาวก็มีช้างเป็นสัตว์ประจำชาติ โดยในประเทศไทยช้างถือเป็นสัตว์ที่อยู่คู่บารมีของพระมหากษัตริย์ มีความสูงส่งจนเป็นพาหนะร่วมรบกับกษัตริย์ และในประเทศลาวเพื่อนบ้านใกล้เคียงไทยก็มีการเคารพให้ความสำคัญกับช้างในฐานะที่ปกป้องบ้านเมืองในอดีตเช่นกัน ดังนั้นช้างในเอเชียจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ฝังรากลึกอยู่ในเอเชียมาช้านาน
อย่างไรก็ดีแม้ชาวเอเชียในอดีตจะให้ความสำคัญกับช้าง แต่ปัจจุบันจำนวนช้างเอเชียกลับมีจำนวนลดลงจนอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธ์ุ เพราะปัจจุบันช้างเอเชียเหลืออยู่เพียงร้อยละ 15 ของพื้นที่เดิม มีการแยกตัวออกไปในเอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งหมดเหลืออยู่เพียง 50,000 ตัว จนถูกจัดอยู่ในบัญชีแดงของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ว่าเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์ุ
โดยช้างเอเชียเป็นสัตว์ที่มีลักษณะเด่น คือมีขนาดตัวที่เล็กกว่าช้างแอฟริกา มักมีรอยสีชมพูหรือสีเหลืองบนใบหน้า หู และลำตัว มีลักษณะนิสัยชอบเข้าสังคม อยู่รวมกันเป็นฝูง แต่รูปร่างและพฤติกรรมเหล่านี้กำลังหายไป เพราะปัจจุบันช้างเอเชียกำลังเผชิญกับปัญหาที่ทำให้พวกมันมีจำนวนลดลง ไม่ว่าจะเป็น
1. การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย
โดยปกติช้างเอเชียเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่า เพราะสามารถหาอาหารกินได้ง่าย เช่น หญ้าป่า ใบไม้ ผลไม้ และช้างใช้เวลากินอาหารคิดเป็นร้อยละ 80 ของเวลาต่อวัน ทำให้ช้างชอบอาศัยอยู่ใกล้แหล่งอาหาร ทว่าปัจจุบันพื้นที่ป่าได้เปลี่ยนไป จากการเพิ่มขึ้นของประชากรมนุษย์ ทำให้พื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ของมนุษย์ ด้วยการเปลี่ยนป่าเป็นที่ดินทำการเกษตรที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งส่งผลต่อความหลากหลายของพืชที่ช้างเคยพึ่งพาเป็นอาหาร
อีกทั้งพื้นที่ยังถูกตัดให้กลายเป็นถนน ทางรถไฟ ทำให้ช้างถูกแยกออกจากกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ขาดการเชื่อมโยงกับช้างกลุ่มอื่น จึงทำให้ช้างมีการผสมพันธุ์ในสายเลือด ทำให้ลูกช้างที่เกิดมามีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง และมีจำนวนลดลง
2. ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์และช้าง
สุมันต์ บินดูมาธา (Sumanth Bindumadha) ผู้อำนวยการฝ่ายคุ้มครองสัตว์ป่าของ Humane Society International ประเทศอินเดีย กล่าวว่า “การพัฒนาของมนุษย์และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินทำให้ช้างถูกบีบให้อยู่อาศัยในพื้นที่เล็กลงเรื่อยๆ ส่งผลให้ช้างมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์เปลี่ยนไป” ตัวอย่างเช่น การเข้าไปกินพืชของชุมชน เดินเหยียบพืชผล กินผลไม้ในสวน และเนื่องจากช้างมีขนาดใหญ่มากทำให้พื้นที่นั้นเกิดความเสียหายมาก
และเป็นการทำลายแหล่งอาหารของมนุษย์รวมไปถึงรายได้ ทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกโกรธแค้น อยากทำร้าย หรือเกรงกลัว จนส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และช้างแปรเปลี่ยนเป็นความขัดแย้ง ดังนั้นการจะอยู่อาศัยร่วมกันจึงกลายเป็นเรื่องยากขึ้น และในบางครั้งก็มีการทำร้ายกันและกันจนเกิดการสูญเสีย
3. การลักลอบจับช้างป่า
อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ช้างเอเชียเผชิญกับภาวะใกล้สูญพันธ์ุ คือการถูกล่าเพื่อเอางา หนัง เนื้อ หาง และขนไปขาย ซึ่งการลักลอบเช่นนี้ถือเป็นความผิดที่ประเทศส่วนใหญ่มีการบัญญัติไว้ว่าห้ามกระทำ แต่ภายในตลาดมืดชิ้นส่วนอวัยวะของช้างกลับเป็นที่ต้องการ โดยเฉพาะ ‘งา’ ที่ช้างเอเชียจะมีเฉพาะช้างตัวผู้ และในปัจจุบันมีเพียงช้างเอเชียตัวผู้บางส่วนเท่านั้นที่ยังคงเลี้ยงงาอยู่ และที่น่ากังวลอีกอย่างคือแนวโน้มการค้า ‘หนังช้าง’ ที่มีเพิ่มมากขึ้น เพราะสามารถใช้หนังช้างได้ทุกตัวไม่จำกัดเพศ ซึ่งการลักลอบล่าหนังช้างนี้มักเป็นการนำไปทำเป็นยาแผนโบราณและเครื่องประดับขาย
ดังในกรณีที่ประเทศเมียนมาในปี 2016 ที่องค์กร Elephant Family ได้รับข้อมูลจากกรมป่าไม้ของเมียนมา เกี่ยวกับจำนวนซากช้างที่ถูกพบโดยระบุว่า ในปี 2010 พบซากช้างป่าเพียง 4 ตัว แต่ในปี 2013 จำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 26 ตัว และในปี 2016 เพิ่มขึ้นเป็น 61 ตัว และสถิติของรัฐบาลในปี 2017 พบว่ามีช้างป่าตายแล้ว 59 ตัว ซึ่งส่วนใหญ่ยืนยันได้ว่าเกิดจากการถูกล่า
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ช้างจะเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเอเชีย เป็นทั้งสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม ความเชื่อ และความศรัทธาที่ฝังรากลึกมาหลายศตวรรษ แต่ปัจจุบันช้างกลับกำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดบนโลกใบนี้ ในเงื่อนไขที่ถูกบีบคั้นทั้งจากความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ และแรงกดดันจากกิจกรรมของมนุษย์ ดังนั้นการช่วยกันปกป้อง หรือการหาวิธีอยู่ร่วมกันกับช้าง จึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการใส่ใจจริงๆ เสียที
อ้างอิง:
- Asian elephants: Intelligent and sociable, but endangered https://tinyurl.com/42ypvbvf
- Why Are Asian Elephants Endangered? https://tinyurl.com/2685pme3
- EleFact Friday: Elephants Across World Culture https://tinyurl.com/4a25zx92
- ความสำคัญของช้างในประเทศไทย https://tinyurl.com/bde2n4rd
- Skinned The growing appetite for Asian elephants https://tinyurl.com/e8r2pt68
- Asian elephant https://tinyurl.com/mrxjfy85