2 Min

รู้ไหม เด็กจีน ‘ทำการบ้านเยอะที่สุดในโลก’ จนมีเด็กอ้างกับแม่ว่า ‘แพ้การบ้าน’

2 Min
431 Views
03 Oct 2022

ในจีน ช่วงกลางเดือนกันยายน 2022 มีไวรัลวิดีโอสุดฮาตัวหนึ่ง ที่แม่ของเด็กผู้ชายถ่ายลูกวัยประถมที่น้ำมูกน้ำตาไหล โดยเธอถามว่าลูกของเธอเป็นอะไร? ลูกเธอบอกว่า แพ้กลิ่นหนังสือ ทำการบ้านไม่ได้ แม่เลยถามต่อว่า ทำไมทำการบ้านมาได้ตั้ง 5 ปี แล้วไม่เป็นไร ลูกเธอเลยบอกว่านั่นระยะฟักตัวครับแม่

แม่เอาวิดีโอมาโพสต์ พร้อมสำทับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลูกเธอหาข้ออ้างแปลกๆ มาเพื่อไม่ทำการบ้าน แต่คราวนี้มันฮาจริงๆ เลยเอามาแชร์ ซึ่งคนจีนก็แชร์ต่อไปอย่างรวดเร็ว

เพราะมันโดนใจคนจีนจริงๆ เนื่องจากสังคมนี้เต็มไปด้วยการบ้าน

ก่อนหน้านี้เคยมีการสำรวจหลายครั้งเรื่องการทำการบ้านของเด็กๆ ทั่วโลก และก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจีนนี่ครองแชมป์ตลอดว่าเป็นสังคมที่ระบบการศึกษาให้เด็กทำการบ้านเยอะมากแบบมากจริงๆโดยเฉลี่ยในอาทิตย์หนึ่ง เด็กชาวจีนต้องทำการบ้าน 14 ชั่วโมง ส่วนประเทศที่ให้การบ้านโหดรองจากจีนอย่างรัสเซียและสิงคโปร์ยังให้การบ้านเพียงแค่ไม่ถึง 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เลย

ถ้าสงสัยเพิ่มเติม เทียบกันกับเมืองไทยแล้ว บ้านเราให้เด็กทำการบ้านเฉลี่ยประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ ซึ่งถ้าแยกเป็นวัน เด็กไทยจะทำการบ้านราววันละ 1 ชั่วโมง ซึ่งก็แน่นอน ถ้าไปเทียบกับเกาหลีใต้และฟินแลนด์ที่เด็กเขาทำการบ้านทั้งอาทิตย์ไม่เกิน 3 ชั่วโมง ไทยเราอาจรู้สึกว่ามันเยอะ แต่ถ้าไปเทียบกับจีนที่วันๆ เด็กทำการบ้านกันเกือบ 3 ชั่วโมงแล้วล่ะก็ ของไทยยังถือว่าน้อย

ตรงนี้เราอาจรู้สึกว่าสังคมจีนบ้าการให้การบ้านเด็กเกินไป แต่อีกด้าน เราก็จะเห็นเช่นกันว่าถ้าไปดูการทดสอบความรู้เทียบกันของเด็กทั้งโลกอย่าง PISA จีนก็ได้ที่ 1 มาตลอดในทุกด้าน และนั่นก็อาจเป็นเหตุผลที่จีนยังกระหน่ำให้การบ้านเด็กเพื่อรักษาตำแหน่งที่ 1

แต่ทั้งนี้ถ้าลองดูข้อมูลในภาพรวม เราก็จะเห็นเช่นกันว่า จำนวนเวลาที่เด็กทำการบ้าน กับอันดับคะแนน PISA (การประเมินสมรรถนะผู้เรียนตามมาตรฐานสากล หรือ Programme for International Student Assessment ที่วัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์) ก็ไม่ได้สอดคล้องกันเสมอไป เพราะญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และฟินแลนด์ที่เด็กทำการบ้านไม่เกิน 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็ล้วนสอบ PISA ด้านวิทยาศาสตร์ได้ระดับ Top 10 ของโลกเหมือนกัน หรือพูดง่ายๆ จริงๆ เรื่องนี้มันอาจไม่ได้เกี่ยวกับจำนวนชั่วโมงที่เด็กต้องเอามานั่นทำการบ้านนอกห้องเรียน แต่มันอยู่ที่คุณภาพการศึกษาในห้องเรียนมากกว่า

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เรื่องฮาๆ ของเด็กที่แพ้การบ้านในตอนแรกนี้ก็ดูจะสะท้อนภาพการเป็นเด็กที่โตมาในสังคมจีนได้ดีมากๆ เพราะความเข้มงวดในการเป็นเลิศทางการศึกษาในสังคมจีนนั้น ก็อาจทำให้เหล่า ‘Asian Parent’ ในชาติตะวันตกที่ไม่พอใจเวลาลูกเรียนไม่ได้เกรด A นั้นดูน่ารักไปเลยถ้าเทียบกับระบบการศึกษาของจีน

อ้างอิง