2 Min

‘Hurry Sickness’ ความสะดวกสบายมากไป อาจส่งผลให้คนรุ่นใหม่ไม่ชอบการรอ

2 Min
77 Views
30 May 2021

ในโลกยุคปัจจุบันที่คนส่วนมากเข้าถึงเทคโนโลยี มีสิ่งอำนวยความสะดวกเกือบทุกอย่าง ทำให้บางคนเคยชินกับการทำอะไรด้วยความรวดเร็ว เมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจ หรือต้องรอ ก็จะรู้สึกกระวนกระวาย หงุดหงิด หากปล่อยไว้นานๆ อาจจะส่งผลไปถึงความเครียดได้

โดย Meyer Friedman และ Ray Rosenman แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจได้ให้นิยามของอาการนี้ว่า ‘Hurry Sickness’ หรืออาการทนรอไม่ได้นั่นเอง

ก่อนอื่นเรามา checklist กันก่อนว่าคุณมี 6 อาการของ Hurry Sickness กันบ้างไหม?

1. ทุกการกระทำคือการแข่งขัน : ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าบางเวลาในชีวิตคุณต้องอยู่กับการแข่งกับเวลา อย่างการเดินทางไปสนามบินหรือการกำหนดส่งงานประจำ แต่ผู้ที่อยู่ในสภาวะนี้ นั้นทำทุกอย่างให้เหมือนอยู่ในสนามแข่งตลอดเวลา อย่าง การซื้อของ การกิน หรือแม้แต่รถติดไฟแดงเล็กๆ น้อยก็ก่อให้เกิดอารมณ์หงุดหงิดได้

2. หนึ่งเวลาทำหลายงาน : โดยปกติของคนทั่วไปนั้นการทำงานจะทำไปทีละงาน แต่สำหรับคนประเภทนี้ในเวลาเดียวกันมักจะหยิบหลายๆ งานขึ้นมาทำ เพราะรู้สึกว่าจะได้ไม่เสียเวลา

3. ความล่าช้าคือความน่าหงุดหงิด : หากคุณเริ่มกดลิฟต์ซ้ำๆ เพราะอยากให้มันมาถึงเร็วๆ หรือหงุดหงิดกับการต่อแถวยาวๆ เริ่มเป็นสัญญาณเตือนถึงการทนรอไม่ได้แล้วนะ

4. รู้สึกตัวเองล่าช้าตลอดเวลา : คุณมักจะพยายามทำอะไรให้ประสบความสำเร็จแบบรวดเร็วเสมอ ไม่ว่าจะเป็น การงาน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การเดินทาง แน่นอนว่าถ้าคุณทำมันไม่สำเร็จในเวลาที่ต้องการก็จะเกิดความหงุดหงิด อารมณ์เสียได้ง่ายๆ

5. ขัดจังหวะผู้อื่นบ่อยๆ : หากคุณมักจะขัดจังหวะเวลาอยู่ในวงสนทนา แม้บางครั้งคุณจะไม่ได้ตั้งใจ แต่มันเกิดจากอาการที่ทนรอไม่ได้ แต่รู้ไหม? พฤติกรรมแบบนี้สามารถส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้างในอนาคตได้โดยง่ายเลยนะ

6. หมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่ต้องทำมากเกินไป : คุณจะรู้สึกมีความสุขเมื่องานสำเร็จไปตามเป้าหมาย แต่ผ่านไปแค่แปปเดียวเท่านั้นแหละคุณจะรู้สึกกระวนกระวายที่อยากจะทำงานใหม่ เพราะอยากที่จะให้มันสำเร็จ ซึ่งสิ่งนี้อาจจะไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่คุณ แต่อาจจะไปส่งผลต่อสุขภาพใจอย่างความเครียดมากกว่า

ถ้าหลังจากอ่านแล้วมีแอบติ๊กถูกในใจสักข้อสองข้อล่ะก็ เป็นสัญญาณเตือนถึงความอันตราย ว่าคุณอาจะก้าวเข้าสู่ Hurry sickness เข้าแล้ว

วันนี้เราเลยมีวิธีขจัดอาการทนรอไม่ได้มาฝากกัน

1

จัดลำดับความสำคัญก่อนหลังของงาน เปลี่ยนความคิดว่าต้องทำทุกอย่างเสร็จในทันที แต่ค่อยๆ ทำทีละงานไปตามลำดับที่วางแผนไว้ จะช่วยให้เราใจเย็นและเป็นระบบมากขึ้น

2

ให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง ไม่ต้องเครียดอยู่แต่กับงาน ลองหากิจกรรมที่ชอบอย่างการอ่านหนังสือสักเล่ม ฟังเพลงผ่อนคลาย หรือออกไปปั่นจักรยานเล่นที่สวนสาธารณะก็เป้นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

3

ใช้เวลาก่อนนอนขจัดความรีบเร่งของตัวเอง ทำกิจกรรมที่ใช้ความช้า ผ่อนคลาย อย่างการแช่น้ำอุ่น สปาผิวให้ตัวเอง ลองจดบันทึกเรื่องราวประจำวัน หรือฟังเสียงดนตรีผ่อนคลายเพื่อการนอนหลับ โดยไม่ต้องคิดอะไรให้รกสมอง

4

ยอมรับการช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ไม่ต้องทำงานให้รีบเร่งเสร็จอยู่เพียงคนเดียว ให้คนรอบตัวช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพใจที่จะดีขึ้นในอนาคต

 อย่างไรก็ดีการเกิดพฤติกรรม hurry sickness ขึ้นคงไม่ใช่ผลดีทั้งต่อตัวเราเองและแม้แต่คนรอบข้างที่ต้องคอยรองรับอารมณ์ความหงุดหงิดของเรา

อ้างอิง