เอาตัวรอดทุกสถานการณ์ด้วย Growth Mindset 

103 Views
14 Sep 2022

เอาตัวรอดทุกสถานการณ์ด้วย Growth Mindset 

เพราะเรามองว่าปัญหาต่างๆ ที่เรื้อรังอยู่ในประเทศของเรานั้น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องมลพิษทางอากาศ, ค่าครองชีพ, น้ำท่วมขัง, ฟุตบาทพัง และอื่นๆ อีกมากมายนั้น เป็นปัญหาที่หากแก้ไขที่ปลายเหตุไปได้แล้ว ก็ไม่วายจะงอกปัญหาใหม่ๆ ขึ้นมาอีก

ดังนั้น การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน คือ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุร่วมด้วย 

เรามองว่าสาเหตุหนึ่งของปัญหาที่เรื้อรังขนาดนี้ คือ Mindset ของคนในประเทศ (ไม่ว่าจะเป็นประชาชนหรือระดับบริหารบ้านเมืองก็ตาม) 

เราเชื่อว่าสังคมไทย คนส่วนใหญ่โตมากับ Fix mindset ชุดความคิดเดิมๆ เช่น อยากมีเงินเยอะต้องทำงานหนัก, อยากเก่งภาษาอังกฤษต้องเรียนนานาชาติหรือต่างประเทศ, อยากมีเงินบำนาญต้องทำงานราชการ, อยากได้รับการรักษาพยาบาลดีๆ ต้องเข้าโรงพยาบาลเอกชน ฯลฯ ทำให้เราก้มหน้าก้มตาเชื่อในความคิดทั้งหมดนี้ แบบไม่มีข้อโต้แย้ง และไม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงอะไร ยอมอยู่ใน Safe zone (ที่ไม่เซฟเท่าไร) โดยไม่ออกความคิดเห็น 

ไม่รู้ว่าผ่านมากี่ปีแล้ว ที่เรายอมรับความเชื่อเดิมๆ ที่บิดเบี้ยวนี้ไว้ตลอดเวลา ทำให้ปัญหาต่างๆ มันคาราคาซัง 

เราขับรถมองเห็นปัญหานี้ผ่านหน้าเราทุกวันจนเป็นความเคยชิน 

สะพานที่สร้างใหม่ หรือถนนที่ต้องซ่อม ผ่านมาหลาย 10 ปี ยังไม่เสร็จเสียที เราก็มองมันไปอย่างนั้นอย่างชินตา ทำได้เต็มที่ก็แค่บ่น เพราะคิดว่า “คนอย่างเรา พูดไปจะทำอะไรได้”

 

การศึกษาไม่เท่าเทียม ไม่เป็นไร เราทำงานหนักขึ้น ส่งลูกเรียนเอกชน แทนที่ทุกครอบครัวจะได้สิทธิ์เรียนฟรีในโรงเรียนที่มีคุณภาพ และคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง และกลับมามีเวลาคุณภาพให้ครอบครัวมากขึ้น แต่เราก็รู้สึกเสียงของเรามันเบาเกิน จนไม่อยากจะเปล่งเสียงออกมา 

การเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ไม่เท่าเทียมกัน ทำให้เราต้องทำงานหนักมากขึ้นๆ เพื่อเอามาจ่ายให้กับประกันสุขภาพ หรือต้องมาล้มละลายตอนแก่ ด้วยการใช้เงินเก็บทั้งชีวิตไปกับการรักษาพยาบาล

เพราะโรงพยาบาลตามสิทธิ์พื้นฐานนั้น ไม่ได้มีมาตรฐานเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นบริการ หรือการรักษา พอใช้สิทธิ์ฟรี ตรวจนิดตรวจหน่อยปล่อยกลับบ้าน แต่ถ้าเสียเงินเมื่อไร ตรวจเช็คละเอียดยิบจนกว่าจะเจอสาเหตุโรค

หากอยากได้บริการดีกว่า ก็ต้องจ่ายมากกว่า เราเติบโตมากับความคิดนี้จริงๆ 

นี่คือตัวอย่างการก้มหน้าก้มตายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยความเชื่อว่า เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้

แต่ถ้าเราทุกคนมี Growth Mindset ล่ะ 

Growth Mindset คือ ชุดความคิดที่เชื่อว่าทุกอย่างสามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงได้เสมอ 

ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ จะอายุเท่าไรก็ตาม หากเรารู้จัก Growth Mindset เราก็จะมีความหวัง มีความกล้า และมีความคิดสร้างสรรค์ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมได้ 

เราจะไม่มัวมาคิดว่า เราไม่ใช่ผู้บริหารประเทศ เราทำไม่ได้หรอก

เราจะไม่มัวมานั่งเงียบ เพราะไม่กล้าเห็นต่าง กลัวถูกมองไม่ดี 

แต่เราทุกคนจะกล้า “คิด” สร้างสรรค์บางอย่างให้กับโลกใบนี้ (ที่ไม่ใช่แค่ประเทศของเรา) และความคิดจะแปรเปลี่ยนเป็นการร่วมมือทำ ผ่านทุกคนที่มีความคิดแบบ Growth Mindset เช่นกัน 

เราชอบประโยคที่ว่า No challenge No change นี้มาก 

ถ้าไม่ลอง ก็ไม่เปลี่ยนแปลง

มันคือประโยคปลุกใจให้เรากล้าออกจากกรอบความคิดเดิมๆ และเพิ่ม Growth Mindset ให้กับตัวเอง จนตอนนี้ เราได้บ่มเพาะเมล็ดพันธ์ุแห่ง Growth Mindset นี้ให้กับลูกของเรา 

และได้แต่หวังใจว่า ถ้าคนอื่นๆ ในสังคมนี้ได้ถูกบ่มเพาะเมล็ดพันธ์ุ Growth Mindset นี้ด้วยกัน มันจะเป็นสังคมที่ดีแค่ไหนหนอ 

ดังนั้น เราจึงอยากให้มีการปลูกฝัง อบรม สอน บ่มเพาะ หรืออะไรก็ตาม เพื่อมอบ Growth Mindset นี้ให้เติบโตขึ้นในตัวของทุกคนในสังคมไทย โดยไม่ต้องจำกัดอายุว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยกลางคน หรือสูงอายุ 

เราทุกคนสามารถเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเสมอ 

เราได้แต่มีความหวัง ว่าสังคมแห่ง Growth Mindset นี้จะมีวันเกิดขึ้นได้จริงในสังคมไทย และขยายเมล็ดพันธ์ุออกไปสู่ระดับโลก 

อย่างน้อยก็เริ่มจากตัวเรา ที่กล้าที่จะเปล่งเสียงเล็กๆ สะท้อนความคิดในใจของเราผ่านงานเขียนนี้ออกมา