6 Min

ชวนส่อง เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ “การดื่มกาแฟ” รอบโลก ตอนที่ 2

6 Min
966 Views
01 Jun 2022

ถ้าอย่างนั้น ในตอนที่ 2 ตอนนี้

พวกเรา InfoStory ขอพาเพื่อน ๆ ไปส่องกับ เรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับ “การดื่มกาแฟ” ในประเทศทางยุโรปอย่าง ฝรั่งเศส อิตาลี และ สแกนดิเนเวีย (นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฟินแลนด์และสวีเดน) กันบ้างดีกว่า !

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

มาเริ่มกันที่ เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดื่มกาแฟของชาวฝรั่งเศส

ถ้าพูดถึงการดื่มกาแฟของประเทศฝรั่งเศสแล้ว เราก็คงจะนึกถึงกาแฟดำเข้ม ๆ สักแก้ว ตามมาด้วยกลิ่นของขนมปังและครัวซองต์พร้อมบรรยากาศของคาเฟ่แนว Parisian ที่มีโต๊ะและเก้าอี้ให้นั่งทานได้ภายนอกร้าน

แล้วเพื่อน ๆ ทราบไหมว่า ไม่ใช่เพียงแค่กาแฟดำเข้ม ๆ

แต่ว่าชาวฝรั่งเศสเองก็ยังชอบดื่มกาแฟใส่นม (Café au lait) อีกด้วยนะ โดยมากจะดื่มกาแฟนมกันในมื้อเช้า อาจดื่มพร้อมกับครัวซองต์

แต่ว่าเราอาจจะไม่ได้เห็นพฤติกรรมการดื่มแบบนี้ กับการดื่มกาแฟดำของชาวฝรั่งเศส นั่นก็เพราะว่า เขาจะไม่นิยมดื่มกาแฟดำคู่กับของกินอย่างอื่นโดยเฉพาะกับมื้ออาหาร

ส่วนมากเท่าที่สังเกตก็จะเป็นการดื่มหลังมื้ออาหารหรือดื่มยามบ่ายไปเลยเสียมากกว่า

อีกสิ่งหนึ่งที่เราพอจะสังเกตและจากแหล่งข้อมูลที่รวบรวมมาก็คือ

วัฒนธรรมการนั่งดื่มกาแฟในร้านของชาวฝรั่งเศส (ทั้งนั่งและยืนดื่มที่บาร์) โดยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสั่งกาแฟกลับบ้านกัน

ก็คือถ้าหากเราต้องการจะสั่งกาแฟแบบเดินดื่มหรือสั่งแบบ Take out

ร้านกาแฟที่เป็นเชนใหญ่อย่าง Starbucks ก็อาจจะดูเหมาะสมมากกว่า นั่นเอง

**Parisian Cafe ที่เหมาะกับการนั่งดื่มกาแฟ (ไม่ Take out)

เพิ่มเติมเรื่องราวที่น่าสนใจสักนิดนึง (ขอแชร์จากประสบการณ์ส่วนตัว)

พอดีเราเองเคยได้มีโอกาสร่วมงานกับหัวหน้าชาวฝรั่งเศสที่มาทำงานในไทย อยู่ท่านหนึ่ง

คือ เขามักจะดื่มกาแฟดำพร้อมกับสูบบุหรี่ไปด้วย

ซึ่งตัวเขาจะชอบเรียกเป็นชื่อที่คล้องจองที่คล้ายกับชื่อเพลงและภาพยนตร์ว่า “Coffee and cigarettes”

**แต่เขาไม่ได้นั่งดื่มกาแฟพร้อมสูบบุหรี่ แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับนิตยสารปืนแบบในภาพนะคร้าบ ฮ่า ๆ

จากการสอบถามเพิ่มเติมก็พบว่า ตัวเขาจะมีพฤติกรรมการดื่มกาแฟดำเอสเปรสโซพร้อมสูบบุหรี่ไปด้วย (โดยเฉพาะเวลาเข้าห้องน้ำตอนเช้า)

เขาบอกว่า มันเป็นสิ่งที่ปกติม๊ากมากของชาวฝรั่งเศสโดยเฉพาะกับชาวปารีส (เพราะเขาชอบเรียกตัวเองว่า “Parisian”) และไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่าการเริ่มต้นของวันด้วย 2 สิ่งที่คู่กันนี้

ซึ่งแน่นอนว่า ในตอนนั้น เราต้องออกงานคู่กับหัวหน้าชาวฝรั่งเศสท่านนี้แทบจะทุกวัน ซึ่งจุดที่น่าสนใจคือ ถึงแม้เช้าของวันไหนที่มีธุระแน่นเพียงใด แต่…ตัวเขาจะต้องเผื่อเวลาแบบรวดเร็วสำหรับ “Coffee and cigarettes” ในทุกเช้า ๆ อยู่เสมอ

ตรงจุดนี้ เราแอบเห็นว่ามันก็เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่ค่อนข้างเห็นได้ชัดเจนของชาวฝรั่งเศส ได้อีกเหมือนกัน

(ขอสารภาพก่อนเลยว่า… ในตอนแรกพวกเราเองเข้าใจว่ามาจากทางฝั่งอเมริกัน แห่ะ ๆ)

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดื่มกาแฟในประเทศอิตาลี (Italy)

เรียกได้ว่า ประเทศอิตาลี ไม่ได้มีดีแค่พิซซาและพาสต้า

แต่ว่า เรื่องราวของกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟจนไปถึงวิธีการคั่วและวิธีการชง ล้วนแล้วแต่เป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่ชาวอิตาลีภาคภูมิใจ

สำหรับเรื่องราวของเมล็ดกาแฟแล้ว

หากไม่เริ่มจากชาวอิตาลี… ชาวยุโรปเองก็คงจะได้สัมผัสเรื่องราวของการดื่มกาแฟ ตามหลังชาติอื่น ๆ กันไปสักนิดนึง

โอเค ก็อาจต้องเรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแพร่วิธีการคั่ว ชงและดื่มกาแฟให้กับชาวยุโรปตะวันตกอย่างฝรั่งเศส เยอรมนีหรืออังกฤษ

แต่ถ้าเป็นเรื่องราวของเมล็ดกาแฟ ก็อาจจะเห็นบทบาทของพ่อค้าชาวตะวันออกกลางเสียมากกว่าชาวอิตาลี

(ซึ่งเราอาจพอสังเกตเห็นความคล้ายคลึงกันในเรื่องวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวฝรั่งเศสและชาวอิตาลี เช่น เมนูกาแฟนม หรือ การดื่มกาแฟนมสำหรับมื้อเช้า แต่ก็อาจจะยกเว้นในเรื่องของนั่งและยืนดื่มกาแฟ ที่อาจแตกต่างกันเนอะ)

โดยชาวยุโรปตะวันตกเริ่มรู้จักการดื่มกาแฟและเมล็ดกาแฟเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1570 โดยการนำเข้าเมล็ดกาแฟของชาวตุรกี(ชาวเติร์ก) ในเมือง Venice ประเทศอิตาลี

ซึ่งในสมัยนั้นเนี่ย ชาวอิตาลีจะมีความเชื่อกันว่า “กาแฟ กาแฟคือยาวิเศษ !” กันเลยละ

นั่นจึงทำให้ความนิยมของการดื่มกาแฟนั้น เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ถึงแม้ว่าความนิยมในการดื่มกาแฟจะมากขนาดไหน แต่ว่าในช่วงแรก ๆ นั้น ประเทศอิตาลีเนี่ย ก็ยังไม่มีการปลูกต้นกาแฟเลยด้วยซ้ำ แต่จะเป็นการนำเข้าเมล็ดกาแฟจากเอธิโอเปียหรือทางแถบทวีปแอฟริกาแทน

ในทางกลับกัน ชาวอิตาลีกลับให้ความสนใจไปยังวิธีการคั่ว การชงกาแฟ วัฒนธรรมของการดื่มกาแฟเสียมากกว่า

คือชาวอิตาลีจะชื่นชอบกาแฟเอาเสียมาก ๆ จนมีอีกหลักฐานหนึ่งที่อ้างอิงสำหรับต้นกำเนิดของ Parisian cafés และวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวฝรั่งเศส บ้างก็ว่ามาจากการนำเข้าของชาวอิตาลี ที่มีชื่อว่า “Francesco Procopio dei Coltelli” จนได้สร้างร้านกาแฟแบบ Parisian cafés แห่งแรกในช่วงปี ค.ศ. 1686 กับร้านที่มีชื่อว่า “Café Procope”

ก่อนที่วัฒนธรรมของการดื่มกาแฟจากอิตาลีจะค่อย ๆ แพร่ขยายไปทั่วยุโรปตะวันตก

ยาวจนไปถึงทวีปอเมริกา ซึ่งก็ไม่พ้นการแพร่ขยายจากผู้อพยพชาวยุโรปนี้ละนะ

**ภาพด้านบนนี้คือ Cafe Florian ที่ว่ากันว่าเป็นร้านกาแฟแห่งแรกในประเทศอิตาลี ที่เมือง Venice

ปิดท้ายด้วยเรื่องราวของต้นกำเนิดเมนูกาแฟช้อตเอสเปรสโซ (Espresso)

เมนูนี้เรียกได้ว่า เป็นหนึ่งในหัวใจของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวอิตาลีเลยทีเดียว

แต่ว่าเมนูนี้ไม่ได้มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของกาแฟในอิตาลีนะ

ในทางกลับกัน เมนูเอสเปรสโซ มีต้นกำเนิดในช่วงศตวรรษที่ 20 (ประมาณปี ค.ศ. 1930) ซึ่งก็เกิดขึ้นพร้อมกับเครื่องชงกาแฟแบบ “Fast Coffee Machine” ของชาวอิตาลีจากเมืองมิลานอย่าง คุณลุยจิ เบเซร่า (Luigi Bezzera) ในปีค.ศ. 1905

** Fast Coffee Machine หรือเครื่องชงกาแฟแบบเอสเปรสโซเครื่องแรกของโลก

** คุณลุยจิ เบเซร่า บิดาแห่งเครื่องชงกาแฟ (อันนี้เราเรียกฉายาเขามาเองนะ แห่ะ ๆ)

อันที่จริงแล้ว ตามบันทึกในของต้นกำเนิดนี้ ก็มาจากการที่ชาวอิตาลีรู้สึกว่า การชงกาแฟในแบบฉบับดั้งเดิมของชาวตุรกี (ชาวเติร์ก) ในสมัยแรกเริ่มเนี่ย มันใช้เวลานานและต้องพิถีพิถันด้วยหม้อต้ม “Cezve”

จากเรื่องราวตรงนี้ละ เลยทำให้ชาวอิตาลีต้องการจะหาวิธีการชงกาแฟดำให้อร่อยและที่สำคัญคือ “รวดเร็ว”

ซึ่งนวัตกรรมเครื่องชงกาแฟนี้ ก็มาสำเร็จเสร็จสิ้นโดย คุณลุยจิ เบเซร่า ที่ได้กล่าวมานี่เองละ

และนี้ก็เป็นเรื่องราวของที่มาของชื่อ “เอสเปรสโซ Espresso” จากภาษาอิตาเลี่ยน แปลว่า เร่งด่วน นั่นเองจ้า

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดื่มกาแฟของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย (Scandinavia)

ที่เราจะเห็นได้ชัดเลยคือผู้คนในประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียนี้ นิยมดื่มกาแฟกันมาก ๆ เลย

คือดื่มวันละ 2 – 4 แก้ว หรือ ดื่มหลังมื้ออาหารทุกมื้อ (รวมถึงช่วงเวลายามบ่าย) ก็ดูเป็นเรื่องปกติมาก ๆ เลยละ

จริง ๆ ต้องขอบอกว่าแต่ละประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวียต่างมีวัฒนธรรมในการทานกาแฟที่โดดเด่น มากกว่าข้อมูลในภาพที่เราได้เลือกมานำเสนอเสียอีกนะ

ยกตัวอย่างเช่น วัฒนธรรม “FIKA” ของชาวสวีเดน

ซึ่งคำว่า FIKA ก็เป็นคำแสลง ที่เกิดจากการอ่านสลับพยางค์ของคำว่า ‘Kaffi’ โดยแปลตรงตัวคือ ‘กาแฟ’

วัฒนธรรมนี้ก็สุดจะเรียบง่ายมาก ๆ ก็คือชาวสวีเดนจะจัดสรรช่วงเวลาการพักหยุดทำทุกสิ่ง เพื่อที่จะมานั่งดื่มกาแฟร่วมกับกลุ่มคนรอบตัวเพื่อนร่วมงาน

เพราะชาวสวีเดนเชื่อว่า เวลาแบบนี้คือเวลาคุณภาพที่จะสร้างความสุข ผ่อนคลายจากความเครียดและเป็นการเพิ่มเติมแรงใจในการทำงานต่อได้

โดยเฉพาะบริษัทสัญชาติสวีเดน ก็จะมีการสนับสนุนให้เหล่าพนักงานมีการพักผ่อนในช่วงเวลาแบบ “FIKA” และหลาย ๆ บริษัทก็มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายของกาแฟอีกด้วยนะ !

หรือว่าจะเป็น วัฒนธรรมการดื่มกาแฟที่อาจมากถึง 4 แก้วต่อวันของชาวฟินแลนด์

ถึงแม้ว่าชาวฟินแลนด์จะไม่ได้มีชื่อเรียกช่วงเวลาพิเศษอย่างชาวสวีเดน แต่เอกลักษณ์ของวัฒนธรรมชาวฟินแลนด์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน

โดยว่ากันว่าใน 1 วันชาวฟินแลนด์อาจมีมื้อกาแฟที่มากถึง 5 ช่วงเวลาด้วยกันนะ !

ช่วงที่ 1 เรียกว่า “aamukahvi” หรือ ช่วงเวลาเริ่มต้นของวัน ซึ่งอาจจะเป็นในที่ทำงานในตอนเช้า

ช่วงที่ 2 เรียกว่า “päiväkahvi” คือ หลังอาหารเที่ยง ทันที

ช่วงที่ 3 คือ เวลา “Coffee Break” โดยจะดื่มกาแฟ และ พูดคุยกับเพื่อนรวมงาน หรือ ครอบครัว (ตรงนี้จะคล้ายๆ กับ วัฒนธรรม Fika ของชาวสวีเดน)

ช่วงที่ 4 คือ ช่วงเวลาเย็น หลังจากที่ กลับถึงบ้านแล้ว

ช่วงที่ 5 คือ ช่วงเวลาหัวค่ำ โดยชาวฟินแลนด์ที่สูงอายุ มีความเชื่อว่า การดื่มกาแฟในช่วงหัวค่ำ จะทำให้หลับสบาย…

นอกจากเรื่องราวของความถี่หรือช่วงเวลาของการดื่มกาแฟแล้ว

มีเมนูกาแฟหนึ่งที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฟินแลนด์ที่หากไม่พูดถึงคงไม่ได้ นั่นคือ “กาแฟชีส (Kaffeost)”

ซึ่งก็ตรงตัวเลยคือ การตัดชีสนิ่มเป็นก้อนเล็ก ๆ ลงไปผสมในกาแฟดำ รอให้ชีสละลายกันสักนิด แล้วค่อยดื่มกาแฟ

หลังจากนั้นค่อยทำการตักชีสที่ละลายติดก้นแก้วมาทานปิดท้าย

ก็พอหอมปากหอมคอกันไปกับเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดื่มกาแฟรอบโลก ในตอนที่ 2

งั้นพวกเรา InfoStory ก็ขอตัวไปดื่มกาแฟสักแก้วพร้อมลองใส่ชีสก่อนเลยก็แล้วกัน ?

— — — — — — — — — — — — — — — — — — — — —

แหล่งอ้างอิงเพิ่มเติม

https://theculturetrip.com/

https://www.sarakadeelite.com/

https://www.beanpoet.com/french-coffee-culture/

https://www.lelongweekend.com/coffee-in-france-french

https://www.smethailandclub.com/trick-3062-id.html

https://www.seattlecoffeegear.com/

https://thetravelbunny.com/italian-coffee-culture/

https://www.eataly.com/

https://rossiwrites.com/

https://www.npr.org/